ถอดรหัส"ทีวีดิจิทัล"...ระบบใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน
Written by nopparat Wednesday, 22 February 2012 15:20
โดย : แสงวิทย์ เกวลีวงศ์ศธร
หลังจากการกำเนิดขึ้นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อเดือน ก.ย.2554 ที่ผ่านมา
ทำให้เกิดการพลวัตต่อวงการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบอร์ด กสทช.ฝั่งกระจายเสียง ได้ประกาศโรดแมพของ "ทีวีดิจิทัล" ระยะ 5 ปี
พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า กสทช. กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนองตอบเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 มาตรา 47 ที่เพิ่มข้อความ "ต้องจัดให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ" จากรัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้หน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งได้แก่ กสทช. ต้องเร่งทำโรดแมพทีวีดิจิทัล เพราะเป็นทางออกในการสนองเจตนารมณ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต่อการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ ทำให้มีช่องมากขึ้นเป็นร้อยช่องด้วยคุณภาพสูง ปราศจากการรบกวนจากคลื่นอื่นๆ ต่างจากระบบอนาล็อก ที่มีผู้ถือครองเพียงไม่กี่รายจากระบบสัมปทาน การจัดระเบียบคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง
ไพโรจน์ ปิ่นทอง ที่ปรึกษาฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ บอกว่า การปรับเปลี่ยนการออกอากาศจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อวงการสื่อสารไทย โดยเริ่มต้นที่การประมูลโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าผู้มีศักยภาพในการลงทุนน่าจะมีเพียง 1-2 ราย หลังจากนั้นจะต่อด้วยการออกใบอนุญาตฯ กิจการบริการสาธารณะ โดยหน่วยงานของรัฐที่ทำประโยชน์แก่สาธารณะ เช่น รัฐสภา กรมศาสนา มหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีความพร้อมและสนใจ ก็สามารถยื่นขอใบอนุญาตฯ ได้ โดยไม่อยู่ในระบบประมูล
ในเดือน ธ.ค. 2556 จะมีการออกใบอนุญาตฯ ประเภทกิจการทางธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามการครอบคลุมของสัญญาณในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งมูลค่าของใบอนุญาตแต่ละประเภทก็จะแตกต่างออกไปตามการครอบคลุมของสัญญาณ และในเดือน ธ.ค. 2556 จึงจะออกใบอนุญาตฯ กิจการบริการชุมชน
ในแง่ธุรกิจแล้ว มูลค่าของใบอนุญาตจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงธุรกิจสื่อในอนาคต เพราะหากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมีราคาใกล้เคียงกับการลงทุนทีวีดาวเทียม ผู้ผลิตรายการหรือคอนเทนท์โปรวายเดอร์ที่มีศักยภาพพอ ก็อาจมีโอกาสในการเป็นเจ้าของสถานีได้ เพราะไม่ต้องลงทุนด้านโครงข่าย และทีวีดิจิทัลยังเสถียรกว่าทีวีดาวเทียม แต่ทั้งนี้ต้องดูที่เงื่อนไขของ กสทช. ว่าจะกำหนดมูลค่าใบอนุญาตแต่ละประเภทอย่างไร อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการใช้ทรัพยากรของชาติอย่างคุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพ
ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ศึกษาการส่งสัญญาณในระบบดิจิทัล บนอาคารใบหยก 2 และทดลองออกอากาศในช่วงระหว่างวันที่ 5 ธ.ค. 2544 ถึง 31 พ.ค. 2545 โดยใช้มาตรฐานการส่งในระบบของ DVB-T จากการทดสอบพบว่า ระบบดิจิทัลสามารถรับสัญญาณได้ แม้จะอยู่ในรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ทั้งยังมีความทนทานต่อสัญญาณสะท้อนหลายทิศทาง ทำให้ภาพที่รับไม่เกิดเงาทับซ้อน นอกจากนี้ยังสามารถส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลสำหรับโทรศัพท์มือถือ (Mobile TV) ร่วมได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ต่างจากปัจจุบันที่เสียค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่โทรศัพท์มือถือจะต้องมีตัวรับสัญญาณระบบดิจิทัลด้วย
ปัจจุบันฟรีทีวีทั้ง 6 ช่อง ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับระบบดิจิทัลมานานแล้ว ด้วยการเปลี่ยนระบบการผลิตทั้งหมดเป็นระบบดิจิทัล ขณะนี้จะเหลือเพียงการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเครื่องส่งสัญญาณเท่านั้น ซึ่งต้องรอความชัดเจนของเงื่อนไขการประมูล รวมถึงข้อตกลงในการเลือกใช้ระบบใดของดิจิทัลในการออกอากาศ โดยคาดว่าจะเลือกใช้ระบบ DVB-T (Digital Video Broadcast-Terrestrial) เช่นเดียวกับในสหภาพยุโรป ซึ่งหากใช้จริงคาดว่าคงต้องใช้ระบบ DVB-T2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุด ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับระบบเอชดี จากการออกอากาศระบบดิจิทัลทั่วโลกทั้งสิ้น 4 ระบบ ได้แก่ 1.ATSC ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา 2.ISDB ใช้ในประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มละตินอเมริกา 3.DVB-T ใช้ในสหภาพยุโรป และ 4.DTMB ใช้ในประเทศจีนและอื่นๆ
"การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ในแง่ผู้บริโภคยังต้องเตรียมรับมือในอนาคต เพราะโทรทัศน์ที่วางขายในตลาดยังไม่รองรับระบบดิจิทัล ฟรีทีวียังไม่ได้ข้อตกลง ว่าจะใช้ระบบดิจิทัลรูปแบบใด และสำหรับโทรทัศน์แบบอนาล็อก จะต้องใช้กล่องรับสัญญาณ (Set-top Box) ในการแปลงสัญญาณจากอนาล็อกเป็นดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันราคาประมาณ 1,000 บาทต่อกล่อง" ไพโรจน์ กล่าว
นอกจากนี้การส่งสัญญาณดิจิทัล ยังสามารถใช้ประโยชน์ด้านอินเทอร์เน็ตได้ เพราะสามารถขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสู่พื้นที่ห่างไกลของไทย ที่โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถเข้าถึงได้ สร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีทั้งประเทศ เนื่องจากไม่ต้องใช้ระบบสายโทรศัพท์ในการเชื่อมต่อ
คอนเทนท์โปรวายเดอร์หลายราย ต่างพูดตรงกันว่า ไม่ว่าจะเกิดช่องโทรทัศน์มากเพียงก็ตาม "คอนเทนท์" จะเป็นตัวกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจเอง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555
ข่าวล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0




