นักวิชาการ-องค์กรสื่อจี้กสทช.เพิ่ม'ดิจิทัล'เข้าแผนแม่บท



นักวิชาการ-องค์กรสื่อมวลชน เสวนาผ่าแผนแม่บทวิทยุทีวี กสทช. จี้บรรจุการเปลี่ยนระบบดิจิทัลวิทยุ-ทีวีเข้าแผนแม่บท

วานนี้ (17 ก.พ.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  จัดเสวนา "ผ่าแผนแม่บทบริหารวิทยุโทรทัศน์" ของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)     

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า หากพิจารณาเนื้อหาในร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. ... และร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2555 - 2559 ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำประชาพิจารณ์ในขณะนี้พบว่าทั้ง 2 แผนดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสื่อวิทยุและโทรทัศน์  สาระสำคัญในร่าง ยังมาสอดคล้องกับ แนวทางปฏิบัติในการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล

ปัจจุบัน กสทช. โดยบอร์ดกระจายเสียง ได้ประกาศ “โรดแมพ” แผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่งปี 2555 และจะเริ่มให้ใบอนุญาตกิจการ ดิจิทัล ทีวี ประเภทสาธารณะในเดือน ธ.ค.นี้  แต่ในร่างแผนแม่บทฯ กลับไม่มีรายละเอียดการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลที่ชัดเจน  มีเพียงเนื้อหาที่ระบุเป็น 1 ในยุทธศาสตร์การเปลี่ยนไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ให้มีการเริ่มต้นการรับส่งสัญญาณฯ ภายใน 4 ปี

“การปรับเปลี่ยนระบบดิจิทัล ในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสื่อ รวมทั้งประชาชน และผู้ประกอบการ  กสทช. จะต้องกำหนดขั้นตอน และกระบวนการเปลี่ยนระบบดิจิทัล ไว้ในแผนแม่บท เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอย่างรอบด้าน  และใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการทำงานของ กสทช. ตามแผนแม่บท   ไม่ใช่ดำเนินการโดยใช้ดุลพินิจของ กสทช. และผู้ประกอบการในอุตฯ สื่อเพียงไม่กี่ราย เช่นที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้” ดร.สมเกียรติ กล่าว   

หากพิจารณาตามโรดแมพ ดิจิทัล ของ กสทช. จะพบว่ายังไม่มีความชัดเจนด้านการจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ดิจิทัล ว่า จะดำเนินการในรูปแบบใด จะจัดสรรเป็น  “คลื่นความถี่”  เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปดำเนินการช่องรายการได้ตามจำนวนที่เทคโนโลยี สามารถแตกช่องได้ หรือจะจัดสรรเป็น “ช่องรายการ”  ซึ่ง กสทช.ต้องกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน  
 
น.ส.สุวรรณา สมบัติรักษาสุข ประธาน สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  กล่าวว่า ตามร่างแผนแม่บทฯ พบว่ายังไม่มีความชัดเจน ด้านการคืนคลื่นความถี่วิทยุและโทรทัศน์  และการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่   เชื่อว่าภายใต้การทำงานของ กสทช.ชุดนี้ ที่มีอายุ 6 ปี จะไม่สามารถเรียกคืนคลื่นความถี่วิทยุและโทรทัศน์ เพื่อมาจัดสรรใหม่ได้

อีกทั้งแนวทางการกำกับดูแลผู้ประกอบการวิชาชีพ ยังไม่ชัดว่าจะใช้มาตรฐานใดในการดูแล  รวมทั้งแนวทางการใช้งบประมาณ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการให้ใบอนุญาตกิจการเคเบิลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งทั้งหมดควรกำหนดไว้ในแผนแม่บทฯ
 นายวิสุทธิ์ คมวัชพงศ์  นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  กล่าวว่า แผนแม่บทฯ กสทช. ยังมีเนื้อหาไม่ครอบคลุม ในบทบาทการกำกับดูแลเนื้อหาของสื่อ  โดยกำหนดบทบาทไว้เพียงการดูแลโฆษณาแฝง และโฆษณาเกินจริง  แต่ไม่มีการกำกับดูแลเนื้อหาที่ยั่วยุสังคม  รวมทั้งด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้  รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กล่าวว่า ตามแผนแม่บทฯ ที่กำหนดระยะเวลาการคืนคลื่นความถี่ วิทยุ 5 ปี, โทรทัศน์ 10 ปี และ โทรคมนาคม 15 ปีนั้น มองว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวเกินไป กสทช.ควรเรียกคืนคลื่นวิทยุภายใน 2 ปี และโทรทัศน์ใน 4 ปี  เพื่อให้ กสทช.ชุดมีโอกาสในการจัดสรรคลื่น

นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล อุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการให้ กสทช. กำหนดรายละเอียดด้านการซื้อลิขสิทธิ์รายการ  โดยห้ามการซื้อลิขสิทธิ์แบบผูกขาดแต่เพียงรายเดียว โดยเฉพาะคอนเทนท์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม  ในกลุ่มสารคดี กีฬา เป็นต้น  รวมทั้งต้องกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติ ในกิจการสื่ออย่างชัดเจน เพื่อปกกันนอมินีต่างชาติ เข้ามาครอบงำกิจการสื่อวิทยุโทรทัศน์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555


blog comments powered by Disqus

ความคิดเห็น

ผู้ใข้งานขณะนี้

We have 17 guests online