วุฒิฯชี้ 3จี กสท-ทรู ส่อผิด แนะ กสทช.ใช้อำนาจระงับ
Written by nopparat Thursday, 16 February 2012 14:35

กมธ.สว.ชี้สัญญา3จีทรู-กสทเข้าข่ายผิด แจงบีเอฟเคที ไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ให้บริการเช่าโครงข่าย
กมธ. สว. สรุปผลสอบสัญญา 3จี ทรู - กสท ส่อผิดมาตรา 45 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น เหตุบีเอฟเคทีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ เล็งเสนอ กสทช. ใช้อำนาจระงับการดำเนินการ ด้าน กสทช. ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาสัญญา ขีดเส้น 60 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลของวุฒิสภา (ส.ว.) ได้สรุปผลการตรวจสอบสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3จี ระหว่างกสท - ทรู แล้วเสร็จ และส่งผลสรุปดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อประกอบการพิจารณาและสอบสวนต่อไป
ประเด็นที่ กมธ.ชุดดังกล่าวสรุปว่า สัญญาระหว่าง กสท - ทรู มิชอบด้วยกฎหมาย คือ การทำสัญญาขัดมาตรา 45 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) เพราะบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มทรู ที่เป็นผู้สร้างและจัดหาและอุปกรณ์โทรคมนาคม และยังเป็นผู้ให้เช่าโครงข่ายโทรคมนาคม ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 อีกทั้งบีเอฟเคที ยังเป็นผู้มีอำนาจควบคุมการใช้คลื่นความถี่โดยตรง ขณะที่ กสท เป็นเพียงผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานด้วยเท่านั้น
ดังนั้น จึงเสนอแนะให้ กสทช. ใช้อำนาจตามมาตรา 31 วรรค 2 ของพ.ร.บ.กสทช. ที่ระบุว่า ผู้ประกอบการรายใดที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ กสทช. มีอำนาจสั่งระงับการดำเนินการดังกล่าวได้ และหาก กสท ได้รับคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัตตาม กสทช.ก็มีอำนาจปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100,000 บาทไปจนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่ง อีกทั้งยังเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนเอาผิดแก่ผู้ร่วมกระทำความผิดทุกคนที่อนุมัติให้ กสท เข้าทำสัญญากับกลุ่มทรูทั้งหมด
แหล่งข่าว กล่าวว่า ผลสอบของ กมธ.สว. ที่ออกมาเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อคู่สัญญาดังกล่าว แต่ไม่มีผลทางกฎหมาย กมธ.จะต้องส่งเรื่องผลการสอบต่อประธานวุฒิสภา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งมีหน้าที่ดูแล กสท หากตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อพบความผิดอาจต้องนำเรื่องเสนอเข้า ครม., ป.ป.ช. ดูมูลความผิดกรณีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนได้ส่วนเสียกับสัญญา เพื่อไปหาทางเอาผิดต่อบุคคลดังกล่าว โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นความผิดที่บุคคล ไม่ทำให้ต้องยกเลิกสัญญาที่มีผลทางกฎหมายไปแล้ว เป็นต้น
"เรื่องที่ กมธ.สว. ยื่นให้ แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปดูว่า มีประเด็นใดเกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้นๆ ก็จะนำไปพิจารณาต่อ แต่ถ้าไม่เกี่ยวข้องก็ไม่พิจารณา หากไอซีทีดูข้อสัญญาแล้ว จะต้องหารืออัยการต่อว่า สัญญาดังกล่าวผิดหรือไม่ หากผิดต้องเสนอ ครม. ต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้" แหล่งข่าว กล่าว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช. ยังไม่ได้รับผลสอบจาก กมธ.สว. แต่วานนี้ (15 ก.พ.) ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ที่มีพลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาการทำสัญญาโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ระหว่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม กับกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ตามที่บอร์ด กทค. เสนอ โดยมีนายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ เป็นประธาน โดยให้ศึกษาและวิเคราะห์แล้วนำผลกลับมารายงานให้ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ภายใน 60 วัน
“กสทช. ได้ตั้งคะอนุกรรมการสอบสวนสัญญาดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เคยตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนไปแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก กสท ทางบอร์ด กสทช. จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอีกรอบ โดยให้สรุปผลชัดเจนภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตามสัญญา 3 จี ระหว่าง กสท กับทรู มีหลายฝ่ายให้ความสนใจ เช่น คณะกรรมาธิการต่างๆ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ซึ่งหน่วยงดังกล่าวได้เชิญ กสทช. ไปชี้แจงให้ข้อมูลหลายครั้ง และวันที่ 20 ก.พ.นี้ ต้องไปชี้แจงป.ป.ช.อีกครั้ง”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การทำสัญญาทรู - กสท เกิดขึ้นวันที่ 27 ม.ค. 2554 ซึ่งหลังจากนั้น บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองระงับสัญญาดังกล่าว เพราะเห็นว่าการที่ทรูเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชิสัน ซีทีไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด และบริษัท บีเอฟเคที จำกัด ไม่โปร่งใส
ส่วนกระทรวงไอซีที ก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน สำนักงานป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจรง โดยมีนายเมธี ครองแก้ว เป็นประธาน รวมถึงสำนักงานการตรวจเงินแผนดิน (สตง.) และสำนักงาน กสทช. สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบการทำสัญญาดังกล่าวด้วย
ขณะที่กลุ่มทรู ได้ยื่นฟ้อง กทช. ชุดเดิมต่อศาลปกครอง เนื่องจากคำสั่งที่ให้กสท-ทรู แก้ไขสัญญา3จี ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555
ข่าวล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0




