จับตา'ธุรกิจสิ่งพิมพ์'...'รอด-ร่วง'ในยุคเปลี่ยนผ่าน


ปี 2555 จะเป็นอีกปีที่ "ธุรกิจสิ่งพิมพ์" มีพลวัตมาก จากเหตุการณ์ "เครือร้านหนังสือ บอร์เดอร์ส และบริษัท อีสต์แมน โกดัก"

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

ได้ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลาย เป็นการตอกย้ำว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งพิมพ์และร้านหนังสือในไทย ต่างเร่งฝีเท้า พัฒนาธุรกิจเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อ "ความอยู่รอด" แม้ปัจจุบันแพลตฟอร์มใหม่นี้จะไม่สามารถวัดผลได้เป็นกอบเป็นกำก็ตาม

สิโรตน์ จิระประยูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซีย บุ๊คส จำกัด บอกว่า จุดมุ่งหมายของเอเซีย บุ๊คสยังคงเป็นร้านค้าปลีกหนังสือเช่นเดิม เพียงแค่แตกแขนงรูปแบบอีบุ๊ค และช่องทางออนไลน์ออกไป อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ประกอบการจะต้องเตรียมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกรณีโกดัก โดยขณะนี้บริษัทมีแผนในการผลิต "อีรีดเดอร์" ขายคู่แพ็คเกจ เช่นเดียวกับเครือร้านหนังสือใหญ่อย่าง "บาร์นส แอนด์ โนเบิล" ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษารูปแบบทั้งในสหรัฐและอังกฤษ

"การลงทุนเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ในระยะสั้นอาจไม่คุ้ม เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง รายได้ที่จะกลับมาเป็นสัดส่วนน้อยมาก แต่หากมองระยะยาวจะเป็นผลดี ธุรกิจร้านหนังสือในวันนี้ คล้ายกับธุรกิจเพลงในอดีต ที่แรกเริ่มอาจยังไม่เห็นผล แต่เมื่อถึงเวลาแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นเราต้องทำก่อนที่ตลาดจะได้รับความนิยม ที่สำคัญตัวกำหนดคือจังหวะเวลา" สิโรตม์ กล่าว

สำหรับในไทยแล้ว ผู้ประกอบการยังกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ ดังนั้นในฐานะร้านหนังสือ จึงได้ลงทุนพัฒนาระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาระบบ DIM : Digital Right Upgrade

วงศ์ทนงค์ ชัยณรงค์สิงห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด หรือ โหน่ง อะเดย์ บอกว่า ธุรกิจสื่อไม่ใช่คนทำหนังสืออย่างเดียวแล้ว สังเกตได้จาก 4-5 ปีหลัง เกิดการกระจายตัวของสื่อมากขึ้น รวมถึงการแผ่อิทธิพลของ "นิวมีเดีย" ตอนนี้จะสังเกตได้ว่า "แอพพลิเคชั่น" มาแรงมากขึ้น เพราะอุปกรณ์แทบเล็ตและสมาร์ทโฟนหาซื้อง่ายขึ้น ราคาถูกลง รวมถึงนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งเดย์ โพเอทส์ ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็เร่งปรับตัวทั้งการออกอีบุ๊คส์, อีแมกกาซีน ที่แม้ว่ารายได้ส่วนดิจิทัลยังน้อยมาก แต่เชื่อว่าอีกไม่กี่ปี จะเห็นรายได้จากดิจิทัลชัดเจนขึ้น


ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555


blog comments powered by Disqus

ความคิดเห็น

ผู้ใข้งานขณะนี้

We have 14 guests online