กสทช.ท้า'สตง.'สอบเส้นทางใช้เงิน ลั่นทุกโครงการโปร่งใส
Written by nopparat Tuesday, 24 January 2012 14:32

กสทช. ประสานเสียงให้ตรวจสอบการใช้จ่าย ชี้ทุกโครงการมีใบเสร็จ เตรียมชี้แจงสื่อวันนี้ (24 ม.ค.) "เศรษฐพงค์" เผยพร้อมให้ สตง.เข้าตรวจทุกเมื่อ
กสทช. ประสานเสียงให้ตรวจสอบการใช้จ่าย ชี้ทุกโครงการมีใบเสร็จ เตรียมชี้แจงสื่อวันนี้ (24 ม.ค.) "เศรษฐพงค์" เผยพร้อมให้ สตง.เข้าตรวจทุกเมื่อ แจงรถประจำตำแหน่งใช้ระเบียบเดียวองค์กรอิสระอื่น ด้านแหล่งข่าวโทรคมชี้มีคนจ้องล้ม กสทช. เหตุมีผลประโยชน์มหาศาลเกี่ยวพันธุรกิจแสนล้าน สุภิญญา" เผยกฎหมายกำหนดเงินเดือน กสทช. "เหมาจ่ายรายเดือน" ไม่มีโบนัส รอ ครม.-กฤษฎีกา เคาะตัวเลขเหมาะสม เผยปัจจุบันรับเดือนละ 1 แสนบาท
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า พร้อมให้ทุกหน่วยงานเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทุกปี สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้าตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรอิสระอยู่แล้ว ดังนั้น ยืนยันว่า กสทช.ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเป็นอย่างมาก เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายออกไปต้องมีใบเสร็จกำกับทุกครั้ง
"เราระมัดระวังตัวในการใช้จ่ายเงินอยู่แล้ว เพราะมีคนตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด เราพร้อมให้ตรวจสอบ ยืนยันว่าการใช้จ่ายเงินของ กสทช.ชุดนี้ โปร่งใส ที่สำคัญเราไม่สามารถใช้เงินเองได้ แต่ต้องให้สอดคล้องตามกฏหมาย และขอบเขตอำนาจที่มี ถ้าเราใช้จ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่าย สตง. ก็ต้องเข้ามาตรวจสอบ แล้วที่ผ่านมา สตง.ก็เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรอิสระทุกปีถ้ามีอะไรผิดปกติ สตง.ไม่ปล่อยเราแน่"
พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังได้กล่าวถึงประเด็นรถประจำตำแหน่งด้วยว่า ถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ไม่มีอะไรผิดปกติ ใช้ระเบียบปฏิบัติเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ
"การปฏิบัติงานของ กสทช. ในโครงการต่างๆ ก็ต้องใช้เงิน ไม่เช่นนั้นจะให้ กสทช.ทำอย่างไร อย่างการไปดูงานต่างประเทศก็เป็นเรื่องจำเป็น เช่น ขณะนี้ผมอยู่ที่งานประชุมของสหภาพโทรคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู เขาจัดเวิลด์ เรดิโอ คอนเฟอเรนซ์ เราก็ต้องมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เพราะจะมีเรคกูเรเตอร์ประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมถึงการวางแผนใช้คลื่นความถี่" พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
ขณะที่ โครงการต่างๆ ที่ กสทช.ทำไปโดยเฉพาะเรื่องการบริจาควิทยุสื่อสารก็ถือเป็นการบริจาคเพื่อไปทำประโยชน์ สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคง เกี่ยวข้องกับการโทรคมนาคม จึงไม่คิดว่าเป็นโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกต
ท้าตรวจสอบเพื่อวางมาตรฐาน
ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ยินดีให้ดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทั้งหมด เพราะจะได้เป็นมาตรฐานในการวางกรอบงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีของ กสทช. ปี 2555 อย่างไรก็ตาม ส่วนของงบประจำปี ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ได้อนุมัติตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตั้งงบประมาณประจำปีแล้ว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วันนี้ (24 ม.ค.) จะแถลงข่าวเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสำนักงาน กสทช. และของสำนักงานคณะกรรมกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตั้งแต่ก่อตั้งปี 2549 ซึ่งยืนยันว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณช่วงที่ผ่านมา เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย และแต่ละปีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณอยู่แล้ว
ด้านแหล่งข่าวโทรคมนาคม ตั้งข้อสังเกตว่า กสทช.เป็นองค์กรที่ผูกพันกับผลประโยชน์ทางธุรกิจนับแสนล้านบาท โดยมติใดๆ ที่ออกไปมักเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงมีความพยายามที่จะลดความเชื่อถือ (ดิสเครดิต) การทำงานของ กสทช.ตลอดมา
"สุภิญญา"รอครม.เคาะเงินเดือน
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หลังจาก กสทช. เข้าปฎิบัติหน้าที่เดือน ต.ค.2554 ปัจจุบันรับเงินเดือนตามพระกฤษฎีกาเงินเดือน กทช. ไปพรางก่อน ที่อัตราเดือนละ 1.06 แสนบาท และรับเงินค่าตอบแทนอื่นๆ หรือค่าโบนัสรายปีในอัตราไม่เกินเดือนละ 3 แสน เหมือนที่ กทช. ชุดก่อนเคยรับไม่ได้ เนื่องจาก ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2554 (พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 26 ระบุว่า ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา โดยได้รับค่าตอบแทน "เหมาจ่ายเป็นรายเดือน" ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ตามพ.ร.บ.กสทช.ดังกล่าวกำหนดให้ กสทช. รับ"เงินเดือน"ได้เพียงอย่างเดียว ต่างจากยุค กทช. ที่จะได้รับค่าตอบแทนอื่นๆ ในรูปโบนัสรายปีได้อีก โดยสำนักงานกฤษฎีกา คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้พิจารณาและกำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมสำหรับ กสทช. และออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. เพื่อประกาศใช้ ซึ่งขณะนี้ ครม. กำลังดำเนินการ
เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรใหม่ที่เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการ จึงใช้ฐานเงินเดือนของราชการและองค์กรอิสระอื่นๆ เทียบเคียงไม่ได้ ขณะเดียวกัน กสทช. ก็ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเกรดเอ ที่ผู้บริหารจะได้รับเงินเดือนอัตราสูงเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณา และกำหนดตัวเลขเงินเดือนที่เหมาะให้ กสทช. โดยไม่มีโบนัสรายปีอีก
หลังจาก กสทช.เข้ามาทำงานเดือนต.ค. รัฐบาลยังไม่จัดทำพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. สำนักงาน กสทช.จึงใช้ระเบียบเงินเดือนเก่า กทช. คือ เงินเดือน 1.06 แสนบาท บวกค่าตอบแทนพิเศษหารเฉลี่ยรายเดือนอีก 3 แสนบาท รวมเป็นเดือนละ 4 แสนบาท เพราะพ.ร.บ.กสทช.กำหนดให้รับเฉพาะเงินเดือนก้อนเดียว สำนักงานจึงเสนอเป็นตัวเลขรายได้ฐานเดิมของ กทช. เพื่อให้ ครม.พิจารณาเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. ซึ่ง ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมได้เอง โดยอาจไม่ใช่ตัวเลขที่สำนักงาน กสทช.เสนอก็ได้
ขณะที่ ระเบียบคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน พ.ศ. 2554 ประธานกรรมการได้รับค่าตอบแทนรายเดือนๆ ละ 1.2 แสนบาท ส่วนกรรมการ เดือนละ 1 แสนบาท ทั้งยังมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเดินทางไปปฏิบัติงานในอัตราเดียวกับเลขาธิการ กสทช.
เปิดรายจ่าย 3 เดือน100ล.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ต.ค. 2554 ถึงปัจจุบันได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ยกตัวอย่างรายจ่าย กสทช. ประกอบด้วย เงินเดือน รถยนต์ประจำตำแหน่งคนละ 4 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนพนักงานขับรถที่หน่วยงาน กสทช. ต้องจ่ายให้ การเช่ารถยนต์ยี่ห้อตามที่กรรมการแต่ละคนต้องการจากบริษัทเอกชน แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ที่มีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งมีเงินเดือนๆ ละ 3.5 แสนบาท
จากระเบียบราชการ ตำแหน่งประธาน กสทช. ของ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี มีรถประจำตำแหน่งได้วงเงิน 4.5 ล้านบาท ส่วนกรรมการ กสทช.เทียบเท่ารัฐมนตรี วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาท เลขาธิการ กสทช. ใช้รถประจำตำแหน่งได้เท่าปลัดกระทรวง คือ ราคาประมาณ 2 ล้านบาท
สำนักงาน กสทช. ได้เช่ารถจากบริษัท ไทยเพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์ จำกัด 7 คัน แบ่งเป็นยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E230 จำนวน 1 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E200 จำนวน 5 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู 5231i จำนวน 1 คัน เช่ารถตู้ 12 ที่นั่ง 17 คัน ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ไฮรูฟ 2.5L เช่ารถบรรทุกดีเซล ดับเบิลแค็บ 1 ตัน โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 13 คัน รวมเป็นเงิน 33.4 ล้านบาท และยังเช่ารถตู้ขนาด 7 ที่นั่ง วีไอพี จำนวน 3 คัน จากบริษัทเดิมอีก 14 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังซื้อรถยนต์ตรวจสอบหาทิศวิทยุพร้อมอุปกรณ์ 9 คัน จากบริษัท Thales Communications S.A. และบริษัท วิริยะกิจ (1995) จำกัด วงเงิน 142 ล้านบาท ซื้อรถพยาบาลและระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จาก หจก.ณัฎฐนนท์ ซัพพลาย 4.7 ล้านบาท เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 58 เครื่อง จากบริษัท อุดมสุข อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 4 ล้านบาท เฉลี่ยเครื่องละ 72,914 บาท
จ้างบริษัท ดับเบิลยู แอนด์ เอสเดคคอเรชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารอำนวยการ เป็นห้องรับรองสำหรับแขกพิเศษ 8.4 ล้านบาท เมื่อ 20 มิ.ย. 2554 ต่อมา 1 ส.ค. 2554 จ้างบริษัท เอส อาร์ พี สุวรรณภูมิ คอนสตรัคชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องน้ำอาคารหอประชุม 2.3 ล้านบาท วันที่ 5 ส.ค. 2554 จ้างบุคคลประชาสัมพันธ์องค์กรในงานการแข่งขันกอล์ฟการกุศล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) 2 แสนบาท
ทั้งยังเตรียมเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์เป็นสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ที่บอร์ด กสทช. กำลังพิจารณา พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร รวม 3 ชั้น คิดเป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท นาน 3 ปี หรือปีละ 36-48 ล้านบาท รวมตลอดอายุสัญญา 108-144 ล้านบาท
ชี้เช่าเอ็กซิมแบงก์ราคาตลาด
น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง กทช.เดิม และ กสทช.ในปัจจุบัน เป็นระเบียบการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งของข้าราชการ รัฐมนตรี และผู้บริหารองค์กรของรัฐอื่นๆ โดยตำแหน่ง กสทช. ใช้เทียบกับระดับรัฐมนตรี ที่ตามระเบียบจะใช้รถประจำตำแหน่งในระดับราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท ซึ่งการเช่ารถประจำแหน่งของ กสทช. แต่ละคนจะอยู่ที่ความพอใจว่าจะใช้รถยนต์ยี่ห้อใด โดยการเช่ารถจะเป็นไปตามกฎระเบียบที่ตรวจสอบได้
ส่วนกรณีการเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บรอดแคสต์) เป็นรูปแบบการเช่าอาคาร ไม่ใช่การก่อสร้างอาคารใหม่ จึงไม่เปิดประมูลให้อาคารสำนักงานต่างๆ เสนอราคาเช่ามาพิจารณา เนื่องจากการเช่าสำนักงานของบรอดแคสต์ ต้องการให้อยู่ในพื้นที่เดียวกับสำนักงาน กสทช. เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาประชุมร่วมกัน สำหรับอัตราเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท ถือเป็นราคาตลาดทำเลเกรดเอในเมือง ที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป
"การเช่าพื้นที่เอ็กซิมแบงก์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ น่าจะเหมาะสมกว่าการเช่าอาคารสำนักงานของเอกชน ที่อาจมีข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายนั้นๆ" น.ส.สุภิญญา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ต.ค. 2554 เพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์และวิทยุที่แต่ละปีมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ปี 2555 กสทช. ตั้งเป้ารายรับไว้ 4,000 ล้านบาท โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ 2% จากรายได้ผู้ประกอบการ ค่าธรรมเนียมเลขหมาย และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตวิทยุโทรคมนาคม แต่ไม่มีระเบียบกำหนดต้องนำส่งกระทรวงการคลังเท่าไร เพียงหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วค่อยนำส่ง ซึ่งยุค กทช. นำส่งประมาณปีละ 500 - 600 ล้านบาท
ทั้งนี้ 3 เดือนที่เข้ารับตำแหน่ง กสทช.ได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ยังไม่รวมเบี้ยประชุม และเงินเดือนพนักงาน กสทช.ที่ใกล้เคียง 1 แสนบาทเกือบทุกคน
ยกตัวอย่างรายจ่าย กสทช. ประกอบด้วย เงินเดือนคนละ 4 แสนบาท ไม่รวมเงินรางวัลพิเศษประจำปี (โบนัส) รถยนต์ประจำตำแหน่งคนละ 4 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนพนักงานขับรถที่หน่วยงาน กสทช. ต้องจ่ายให้ การเช่ารถยนต์ยี่ห้อตามที่กรรมการแต่ละคนต้องการจากบริษัทเอกชน แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ที่มีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งมีเงินเดือนเดือนละ 3.5 แสนบาท
จากระเบียบราชการ ตำแหน่งประธาน กสทช. ของ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี มีรถประจำตำแหน่งได้วงเงิน 4.5 ล้านบาท ส่วนกรรมการ กสทช.เทียบเท่ารัฐมนตรี วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาท เลขาธิการ กสทช. ใช้รถประจำตำแหน่งได้เท่าปลัดกระทรวง คือ ราคาประมาณ 2 ล้านบาท
สำนักงาน กสทช. ได้เช่ารถจากบริษัท ไทยเพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์ จำกัด 7 คัน แบ่งเป็นยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E230 จำนวน 1 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E200 จำนวน 5 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู 5231i จำนวน 1 คัน เช่ารถตู้ 12 ที่นั่ง 17 คัน ยี่ห้อ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ไฮรูฟ 2.5L เช่ารถบรรทุกดีเซล ดับเบิลแค็บ 1 ตัน โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 13 คัน รวมเป็นเงิน 33.4 ล้านบาท และยังเช่ารถตู้ขนาด 7 ที่นั่ง วีไอพี จำนวน 3 คัน จากบริษัทเดิมเป็นเงินอีก 14 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังซื้อรถยนต์ตรวจสอบหาทิศวิทยุพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 9 คัน จากบริษัท Thales Communications S.A. และบริษัท วิริยะกิจ (1995) จำกัด วงเงิน 142 ล้านบาท ซื้อรถพยาบาลและระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จาก หจก.ณัฎฐนนท์ ซัพพลาย 4.7 ล้านบาท เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 58 เครื่อง จากบริษัท อุดมสุข อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 4 ล้านบาท เฉลี่ยเครื่องละ 72,914 บาท
จ้างบริษัท ดับเบิลยู แอนด์ เอสเดคคอเรชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารอำนวยการ เป็นห้องรับรองสำหรับแขกพิเศษ 8.4 ล้านบาท เมื่อ 20 มิ.ย. 2554 ต่อมา 1 ส.ค. 2554 จ้างบริษัท เอส อาร์ พี สุวรรณภูมิ คอนสตรัคชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องน้ำอาคารหอประชุม 2.3 ล้านบาท วันที่ 5 ส.ค. 2554 จ้างบุคคลประชาสัมพันธ์องค์กรในงานการแข่งขันกอล์ฟการกุศล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) 2 แสนบาท
ทั้งยังเตรียมเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์เป็นสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ที่บอร์ด กสทช. กำลังพิจารณา พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร รวม 3 ชั้น คิดเป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท นาน 3 ปี หรือปีละ 36-48 ล้านบาท รวมตลอดอายุสัญญา 108-144 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ดำเนินการสอบสวน แผนการเช่าอาคาร เพราะถือเป็นการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยมาก และยังมีแผนประชาสัมพันธ์ที่ต้องใช้จ่ายเงินอีก 200 ล้านบาท
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 24 มกราคม 2555
ข่าวล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
- สำรวจผังฟรีทีวี 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0




