กสทช.ท้า'สตง.'สอบเส้นทางใช้เงิน ลั่นทุกโครงการโปร่งใส


กสทช. ประสานเสียงให้ตรวจสอบการใช้จ่าย ชี้ทุกโครงการมีใบเสร็จ เตรียมชี้แจงสื่อวันนี้ (24 ม.ค.) "เศรษฐพงค์" เผยพร้อมให้ สตง.เข้าตรวจทุกเมื่อ

กสทช. ประสานเสียงให้ตรวจสอบการใช้จ่าย ชี้ทุกโครงการมีใบเสร็จ เตรียมชี้แจงสื่อวันนี้ (24 ม.ค.) "เศรษฐพงค์" เผยพร้อมให้ สตง.เข้าตรวจทุกเมื่อ แจงรถประจำตำแหน่งใช้ระเบียบเดียวองค์กรอิสระอื่น ด้านแหล่งข่าวโทรคมชี้มีคนจ้องล้ม กสทช. เหตุมีผลประโยชน์มหาศาลเกี่ยวพันธุรกิจแสนล้าน สุภิญญา" เผยกฎหมายกำหนดเงินเดือน กสทช. "เหมาจ่ายรายเดือน" ไม่มีโบนัส รอ ครม.-กฤษฎีกา เคาะตัวเลขเหมาะสม เผยปัจจุบันรับเดือนละ 1 แสนบาท
 
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า พร้อมให้ทุกหน่วยงานเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทุกปี สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้าตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรอิสระอยู่แล้ว ดังนั้น ยืนยันว่า กสทช.ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเป็นอย่างมาก เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายออกไปต้องมีใบเสร็จกำกับทุกครั้ง
 
"เราระมัดระวังตัวในการใช้จ่ายเงินอยู่แล้ว เพราะมีคนตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด เราพร้อมให้ตรวจสอบ ยืนยันว่าการใช้จ่ายเงินของ กสทช.ชุดนี้ โปร่งใส ที่สำคัญเราไม่สามารถใช้เงินเองได้ แต่ต้องให้สอดคล้องตามกฏหมาย และขอบเขตอำนาจที่มี ถ้าเราใช้จ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่าย สตง. ก็ต้องเข้ามาตรวจสอบ แล้วที่ผ่านมา สตง.ก็เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรอิสระทุกปีถ้ามีอะไรผิดปกติ สตง.ไม่ปล่อยเราแน่"
 
พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังได้กล่าวถึงประเด็นรถประจำตำแหน่งด้วยว่า ถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ไม่มีอะไรผิดปกติ ใช้ระเบียบปฏิบัติเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ
 
"การปฏิบัติงานของ กสทช. ในโครงการต่างๆ ก็ต้องใช้เงิน ไม่เช่นนั้นจะให้ กสทช.ทำอย่างไร อย่างการไปดูงานต่างประเทศก็เป็นเรื่องจำเป็น เช่น ขณะนี้ผมอยู่ที่งานประชุมของสหภาพโทรคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู เขาจัดเวิลด์ เรดิโอ คอนเฟอเรนซ์ เราก็ต้องมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เพราะจะมีเรคกูเรเตอร์ประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมถึงการวางแผนใช้คลื่นความถี่" พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
 
ขณะที่ โครงการต่างๆ ที่ กสทช.ทำไปโดยเฉพาะเรื่องการบริจาควิทยุสื่อสารก็ถือเป็นการบริจาคเพื่อไปทำประโยชน์ สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคง เกี่ยวข้องกับการโทรคมนาคม จึงไม่คิดว่าเป็นโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกต

ท้าตรวจสอบเพื่อวางมาตรฐาน
ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ยินดีให้ดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทั้งหมด เพราะจะได้เป็นมาตรฐานในการวางกรอบงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีของ กสทช. ปี 2555 อย่างไรก็ตาม ส่วนของงบประจำปี ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ได้อนุมัติตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตั้งงบประมาณประจำปีแล้ว
 
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วันนี้ (24 ม.ค.) จะแถลงข่าวเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสำนักงาน กสทช. และของสำนักงานคณะกรรมกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตั้งแต่ก่อตั้งปี 2549 ซึ่งยืนยันว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณช่วงที่ผ่านมา เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย และแต่ละปีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณอยู่แล้ว
 
ด้านแหล่งข่าวโทรคมนาคม ตั้งข้อสังเกตว่า กสทช.เป็นองค์กรที่ผูกพันกับผลประโยชน์ทางธุรกิจนับแสนล้านบาท โดยมติใดๆ ที่ออกไปมักเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงมีความพยายามที่จะลดความเชื่อถือ (ดิสเครดิต) การทำงานของ กสทช.ตลอดมา

"สุภิญญา"รอครม.เคาะเงินเดือน
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หลังจาก กสทช. เข้าปฎิบัติหน้าที่เดือน ต.ค.2554 ปัจจุบันรับเงินเดือนตามพระกฤษฎีกาเงินเดือน กทช. ไปพรางก่อน ที่อัตราเดือนละ 1.06 แสนบาท และรับเงินค่าตอบแทนอื่นๆ หรือค่าโบนัสรายปีในอัตราไม่เกินเดือนละ 3 แสน เหมือนที่ กทช. ชุดก่อนเคยรับไม่ได้ เนื่องจาก ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2554 (พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 26 ระบุว่า ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา โดยได้รับค่าตอบแทน "เหมาจ่ายเป็นรายเดือน" ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
 
ตามพ.ร.บ.กสทช.ดังกล่าวกำหนดให้ กสทช. รับ"เงินเดือน"ได้เพียงอย่างเดียว ต่างจากยุค กทช. ที่จะได้รับค่าตอบแทนอื่นๆ ในรูปโบนัสรายปีได้อีก โดยสำนักงานกฤษฎีกา คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้พิจารณาและกำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมสำหรับ กสทช. และออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. เพื่อประกาศใช้ ซึ่งขณะนี้ ครม. กำลังดำเนินการ
 
เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรใหม่ที่เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการ จึงใช้ฐานเงินเดือนของราชการและองค์กรอิสระอื่นๆ เทียบเคียงไม่ได้ ขณะเดียวกัน กสทช. ก็ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเกรดเอ ที่ผู้บริหารจะได้รับเงินเดือนอัตราสูงเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณา และกำหนดตัวเลขเงินเดือนที่เหมาะให้ กสทช. โดยไม่มีโบนัสรายปีอีก
 
หลังจาก กสทช.เข้ามาทำงานเดือนต.ค. รัฐบาลยังไม่จัดทำพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. สำนักงาน กสทช.จึงใช้ระเบียบเงินเดือนเก่า กทช. คือ เงินเดือน 1.06 แสนบาท บวกค่าตอบแทนพิเศษหารเฉลี่ยรายเดือนอีก 3 แสนบาท รวมเป็นเดือนละ 4 แสนบาท เพราะพ.ร.บ.กสทช.กำหนดให้รับเฉพาะเงินเดือนก้อนเดียว สำนักงานจึงเสนอเป็นตัวเลขรายได้ฐานเดิมของ กทช. เพื่อให้ ครม.พิจารณาเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเงินเดือน กสทช. ซึ่ง ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมได้เอง โดยอาจไม่ใช่ตัวเลขที่สำนักงาน กสทช.เสนอก็ได้
 
ขณะที่ ระเบียบคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน พ.ศ. 2554 ประธานกรรมการได้รับค่าตอบแทนรายเดือนๆ ละ 1.2 แสนบาท ส่วนกรรมการ เดือนละ 1 แสนบาท ทั้งยังมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเดินทางไปปฏิบัติงานในอัตราเดียวกับเลขาธิการ กสทช.

เปิดรายจ่าย 3 เดือน100ล.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ต.ค. 2554 ถึงปัจจุบันได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
 
ยกตัวอย่างรายจ่าย กสทช. ประกอบด้วย เงินเดือน รถยนต์ประจำตำแหน่งคนละ 4 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนพนักงานขับรถที่หน่วยงาน กสทช. ต้องจ่ายให้ การเช่ารถยนต์ยี่ห้อตามที่กรรมการแต่ละคนต้องการจากบริษัทเอกชน แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ที่มีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งมีเงินเดือนๆ ละ 3.5 แสนบาท
 
จากระเบียบราชการ ตำแหน่งประธาน กสทช. ของ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี มีรถประจำตำแหน่งได้วงเงิน 4.5 ล้านบาท ส่วนกรรมการ กสทช.เทียบเท่ารัฐมนตรี วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาท เลขาธิการ กสทช. ใช้รถประจำตำแหน่งได้เท่าปลัดกระทรวง คือ ราคาประมาณ 2 ล้านบาท
 
สำนักงาน กสทช. ได้เช่ารถจากบริษัท ไทยเพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์ จำกัด 7 คัน แบ่งเป็นยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E230 จำนวน 1 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E200 จำนวน 5 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู 5231i จำนวน 1 คัน เช่ารถตู้ 12 ที่นั่ง 17 คัน ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ไฮรูฟ 2.5L เช่ารถบรรทุกดีเซล ดับเบิลแค็บ 1 ตัน โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 13 คัน  รวมเป็นเงิน 33.4 ล้านบาท และยังเช่ารถตู้ขนาด 7 ที่นั่ง วีไอพี จำนวน 3 คัน จากบริษัทเดิมอีก 14 ล้านบาท
 
นอกจากนี้ ยังซื้อรถยนต์ตรวจสอบหาทิศวิทยุพร้อมอุปกรณ์ 9 คัน จากบริษัท Thales Communications S.A. และบริษัท วิริยะกิจ (1995) จำกัด วงเงิน 142 ล้านบาท ซื้อรถพยาบาลและระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จาก หจก.ณัฎฐนนท์ ซัพพลาย 4.7 ล้านบาท เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 58 เครื่อง จากบริษัท อุดมสุข อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 4 ล้านบาท เฉลี่ยเครื่องละ 72,914 บาท
 
จ้างบริษัท ดับเบิลยู แอนด์ เอสเดคคอเรชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารอำนวยการ เป็นห้องรับรองสำหรับแขกพิเศษ  8.4 ล้านบาท เมื่อ 20  มิ.ย. 2554 ต่อมา 1 ส.ค. 2554 จ้างบริษัท เอส อาร์ พี สุวรรณภูมิ คอนสตรัคชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องน้ำอาคารหอประชุม 2.3 ล้านบาท วันที่ 5 ส.ค. 2554 จ้างบุคคลประชาสัมพันธ์องค์กรในงานการแข่งขันกอล์ฟการกุศล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) 2 แสนบาท
 
ทั้งยังเตรียมเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์เป็นสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ที่บอร์ด กสทช. กำลังพิจารณา พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร รวม 3 ชั้น คิดเป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท นาน 3 ปี หรือปีละ 36-48 ล้านบาท รวมตลอดอายุสัญญา 108-144 ล้านบาท

ชี้เช่าเอ็กซิมแบงก์ราคาตลาด
น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง กทช.เดิม และ กสทช.ในปัจจุบัน เป็นระเบียบการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งของข้าราชการ รัฐมนตรี และผู้บริหารองค์กรของรัฐอื่นๆ โดยตำแหน่ง กสทช. ใช้เทียบกับระดับรัฐมนตรี ที่ตามระเบียบจะใช้รถประจำตำแหน่งในระดับราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท ซึ่งการเช่ารถประจำแหน่งของ กสทช. แต่ละคนจะอยู่ที่ความพอใจว่าจะใช้รถยนต์ยี่ห้อใด โดยการเช่ารถจะเป็นไปตามกฎระเบียบที่ตรวจสอบได้
 
ส่วนกรณีการเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บรอดแคสต์) เป็นรูปแบบการเช่าอาคาร ไม่ใช่การก่อสร้างอาคารใหม่ จึงไม่เปิดประมูลให้อาคารสำนักงานต่างๆ เสนอราคาเช่ามาพิจารณา เนื่องจากการเช่าสำนักงานของบรอดแคสต์ ต้องการให้อยู่ในพื้นที่เดียวกับสำนักงาน กสทช. เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาประชุมร่วมกัน สำหรับอัตราเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท ถือเป็นราคาตลาดทำเลเกรดเอในเมือง ที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป
 
"การเช่าพื้นที่เอ็กซิมแบงก์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ น่าจะเหมาะสมกว่าการเช่าอาคารสำนักงานของเอกชน ที่อาจมีข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายนั้นๆ" น.ส.สุภิญญา กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ต.ค. 2554 เพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์และวิทยุที่แต่ละปีมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ปี 2555 กสทช. ตั้งเป้ารายรับไว้ 4,000 ล้านบาท โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ 2% จากรายได้ผู้ประกอบการ ค่าธรรมเนียมเลขหมาย และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตวิทยุโทรคมนาคม แต่ไม่มีระเบียบกำหนดต้องนำส่งกระทรวงการคลังเท่าไร เพียงหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วค่อยนำส่ง ซึ่งยุค กทช. นำส่งประมาณปีละ 500 - 600 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ 3 เดือนที่เข้ารับตำแหน่ง กสทช.ได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ยังไม่รวมเบี้ยประชุม และเงินเดือนพนักงาน กสทช.ที่ใกล้เคียง 1 แสนบาทเกือบทุกคน
 
ยกตัวอย่างรายจ่าย กสทช. ประกอบด้วย เงินเดือนคนละ 4 แสนบาท ไม่รวมเงินรางวัลพิเศษประจำปี (โบนัส) รถยนต์ประจำตำแหน่งคนละ 4 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนพนักงานขับรถที่หน่วยงาน กสทช. ต้องจ่ายให้ การเช่ารถยนต์ยี่ห้อตามที่กรรมการแต่ละคนต้องการจากบริษัทเอกชน แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ที่มีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งมีเงินเดือนเดือนละ 3.5 แสนบาท
 
จากระเบียบราชการ ตำแหน่งประธาน กสทช. ของ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี มีรถประจำตำแหน่งได้วงเงิน 4.5 ล้านบาท ส่วนกรรมการ กสทช.เทียบเท่ารัฐมนตรี วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาท เลขาธิการ กสทช. ใช้รถประจำตำแหน่งได้เท่าปลัดกระทรวง คือ ราคาประมาณ 2 ล้านบาท
 
สำนักงาน กสทช. ได้เช่ารถจากบริษัท ไทยเพรสทิจ เร้นท์ เอ คาร์ จำกัด 7 คัน แบ่งเป็นยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E230 จำนวน 1 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E200 จำนวน 5 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู 5231i จำนวน 1 คัน เช่ารถตู้ 12 ที่นั่ง 17 คัน ยี่ห้อ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ไฮรูฟ  2.5L เช่ารถบรรทุกดีเซล ดับเบิลแค็บ 1 ตัน โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 13 คัน  รวมเป็นเงิน 33.4 ล้านบาท และยังเช่ารถตู้ขนาด 7 ที่นั่ง วีไอพี จำนวน 3 คัน จากบริษัทเดิมเป็นเงินอีก 14 ล้านบาท
 
นอกจากนี้ ยังซื้อรถยนต์ตรวจสอบหาทิศวิทยุพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 9 คัน จากบริษัท Thales Communications S.A. และบริษัท วิริยะกิจ (1995) จำกัด วงเงิน 142 ล้านบาท ซื้อรถพยาบาลและระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จาก หจก.ณัฎฐนนท์ ซัพพลาย 4.7 ล้านบาท เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 58 เครื่อง จากบริษัท อุดมสุข อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 4 ล้านบาท เฉลี่ยเครื่องละ 72,914 บาท
 
จ้างบริษัท ดับเบิลยู แอนด์ เอสเดคคอเรชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารอำนวยการ เป็นห้องรับรองสำหรับแขกพิเศษ  8.4 ล้านบาท เมื่อ 20  มิ.ย. 2554 ต่อมา 1 ส.ค. 2554 จ้างบริษัท เอส อาร์ พี สุวรรณภูมิ คอนสตรัคชั่น จำกัด ปรับปรุงห้องน้ำอาคารหอประชุม 2.3 ล้านบาท วันที่ 5 ส.ค. 2554 จ้างบุคคลประชาสัมพันธ์องค์กรในงานการแข่งขันกอล์ฟการกุศล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) 2 แสนบาท
 
ทั้งยังเตรียมเช่าอาคารเอ็กซิมแบงก์เป็นสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ที่บอร์ด กสทช. กำลังพิจารณา พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร รวม 3 ชั้น คิดเป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 4 ล้านบาท นาน 3 ปี หรือปีละ 36-48 ล้านบาท รวมตลอดอายุสัญญา 108-144 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ดำเนินการสอบสวน แผนการเช่าอาคาร เพราะถือเป็นการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยมาก และยังมีแผนประชาสัมพันธ์ที่ต้องใช้จ่ายเงินอีก 200 ล้านบาท

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 24 มกราคม 2555


blog comments powered by Disqus

ความคิดเห็น

ผู้ใข้งานขณะนี้

We have 11 guests online