ก้าวแรก กสทช. ฟอร์มไม่เข้าตา
Written by nopparat Tuesday, 24 January 2012 14:05

มหากาพย์แห่งการรอคอยกำเนิด “กสทช.” หรือชื่อเต็มว่า “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” ใช้เวลาหลายปีในการฟักไข่ กระทั่งเมื่อ 7 ต.ค.2554 วันที่คณะกรรมการ กสทช.ชุดแรกเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คนไทยจึงได้มี กสทช.สมใจอยาก
ระยะเวลากว่า 1 ไตรมาสหลังจากรับตำแหน่ง กับการประเมินบทบาทและผลงานขององค์กรอิสระแห่งนี้ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกิจการคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และกิจการโทรคมนาคมหลักๆของประเทศ บางคนอาจมองว่าเร็วไปที่จะประเมิน บ้างก็ว่าช้าต้วมเตี้ยมยิ่งกว่าเต่า ป่านนี้ยังไม่คืบหน้าสักอย่าง คงสุดแต่สายตาคนประเมิน
โดยเฉพาะผู้ที่คาดหวังไว้สูงว่า หลังจากเมืองไทยมีคณะกรรมการ กสทช. ปัญหาท่วมท้นที่เคยค้างคาอยู่ในวงการวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และคลื่นความถี่ทั้งหลาย น่าจะถูกสะสางให้มลายสิ้น
คงต้องผิดหวังกันเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเห็นว่า มิได้เป็นไปดังที่คาด แถมยังมีบางคนเหน็บแนมว่า หน่วยงานดังกล่าวน่าจะเปลี่ยนชื่อย่อจาก “กสทช.” ไปเป็น “กสทบ.” เพราะเห็นว่า องค์กรอิสระแห่งนี้ ยังคงถูกครอบงำโดยรั้วของชาติเป็นหลัก
วันก่อน ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันอิสรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จึงได้เชิญสื่อมวลชนหลายแขนงไปเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ “X–ray ก้าวแรก กสทช.” ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมมนา เปิดฉากเอกซเรย์เป็นรายแรก
“ผมว่าอย่างน้อยการมีองค์กรอิสระ มากำกับดูแลสื่อและกิจการโทรคมนาคม ยังดีกว่าให้ตกอยู่ในอำนาจของระบบราชการ และผมก็ไม่ห่วงว่าทหารจะคืนหรือไม่คืนคลื่น กองทัพอยากจะถือไว้สัก 125 คลื่น อสมท.จะถือไว้ 52 คลื่น หรือกรมประชาสัมพันธ์จะถือไว้ 120 คลื่น ก็ถือไป ผมเชื่อว่าพอถึงจุดหนึ่งแล้วคลื่นวิทยุไม่มีความหมายมากนัก เพราะทุกวันนี้เราก็ฟังวิทยุจากโทรศัพท์มือถือ หรือดาวเทียมกันได้”
เขาบอกว่า ปี 2554 อัตราเฉลี่ยของการเกิดโทรทัศน์ดาวเทียมในไทยอยู่ที่ ทุก 5 วันจะมีเกิดขึ้นมาใหม่ 1 ช่อง แต่ในปี 2555 นี้เขาเชื่อว่า อัตราเฉลี่ยของทีวีดาวเทียม น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อ 1 ช่อง
“เพราะเวลานี้ผู้เล่นที่เป็นรายใหญ่ออกมากันหมดทุกรายแล้ว บางรายทำแล้วถอดใจไปก็มี ยกตัวอย่าง ยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท เจเอสแอล ยังขอพักก่อน ต้องไปเอาช่องเจเคเอ็นมาสวมแทน บางรายใช้วิธีให้เจ้าของช่องมาเป็นผู้ผลิต โดยตัวเองขอจองพื้นที่ไว้ก่อน เพราะกลัวว่า กสทช.อาจจำกัดใบอนุญาต”
สุวรรณา สมบัติรักษาสุข ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เอกซเรย์เป็นรายถัดมา
“อยากบอกว่า การถือกำเนิดของ กสทช.ชุดนี้ เกิดจากการลงทุนของภาคประชาสังคมและนักวิชาการ จึงไม่อยากเห็นประชาชนต้องผิดหวัง แต่ขณะนี้เท่าที่สังเกต ทั้งกลุ่มอำนาจรัฐและกลุ่มอำนาจทุน ยังคงเข้ามามีบทบาทครอบงำเสมือน กสทช.เป็นองค์กรที่ตกลงกันด้วยผลประโยชน์”
สุวรรณา บอกว่า แม้ระยะ 3 เดือนที่ผ่านมาไม่อยากคาดหวังว่า กสทช.ทำอะไรให้คนไทยบ้าง แต่อยากจะเรียกร้องว่า สิ่งที่ควรทำในระยะเริ่มแรก ก็คือ การคงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำจริยธรรมขององค์กรให้ชัดเจน
นั่นคือ แม้จะมีการเจรจาต่อรอง เพื่อรักษากลุ่มผลประโยชน์ แต่ทำอย่างไรจะให้เสียงเล็กๆได้รับการรับฟัง และนำไปสู่การแก้ไข ขอเน้นว่าอย่าเพียงแค่ฟังผ่าน แต่ต้องรับฟังและนำไปสู่การแก้ไขด้วย
อีกอย่าง กสทช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ต้องปรับแนวคิดของบุคลากรที่รับโอนมาจากระบบราชการใหม่ ให้มีความรุกเร้า รวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงตามทันกระแสสื่อ ไม่ใช่ได้คนที่มัวแต่รอฟังคำสั่ง หรือจ้องแต่จะใช้อำนาจ
วิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เจริญเคเบิลทีวี เอกซเรย์ กสทช.เป็นรายถัดมาว่า หน้าที่หลักของ กสทช. ก็คือ บริหารคลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการ
วิชิตบอกว่า แต่ในความเป็นจริง ตามแผนแม่บทของ กสทช.ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.2555 นี้ เน้นแต่เนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่แทบทั้งสิ้น ในส่วนของการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์แทบไม่มีการพูดถึง
“คลื่นมันจะอยู่กับใครไม่สำคัญหรอก แต่การกำกับเนื้อหาหรือคอนเท้นต์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ผมมองว่า กสทช.ร่างแผนแม่บทออกมาแล้ว ไม่ได้กำหนดทิศทางเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมเท่าไร”
“มันเหมือนท่านดูแลแต่โอปะเรเตอร์ว่าใครจะได้คลื่นความถี่ไหน แต่ไม่ได้พูดถึงการกำหนดเนื้อหา แทนที่ กสทช.จะมากำกับตรงเนื้อหา สุดท้ายแล้วจึงถูกงบโฆษณาเป็นตัวกำหนดทิศทางของเนื้อหา และผู้ที่คุมงบโฆษณาอีกที ก็คือ เอเจนซี่และบริษัทข้ามชาติบางบริษัท ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางเนื้อหาแทน กสทช.”
“ทุกวันนี้มีคนไทยประมาณ 11 ล้านครัวเรือน ที่ดูทีวีได้มากกว่า 100 ช่อง มีเพียง 9 ล้านครัวเรือน ที่ดูทีวีเพียง 6 ช่อง ในอนาคตคนที่ดูทีวีเพียง 6 ช่อง จะเหลือน้อยหรือหมดไป ดังนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือ เนื้อหา อยากให้ กสทช.ให้ความสำคัญกับเนื้อหาให้มากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เอเจนซี่โฆษณาเป็นผู้กำหนดเนื้อหา”
บุญยืน ศิริธรรม ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขันอาสาช่วยเอกซเรย์ กสทช. เป็นรายที่สี่
“อยากเห็นว่า มี กสทช.แล้วมันมีประโยชน์มากกว่ามีแค่ กทช. อย่าลืมว่าประชาชนเขาเกาะติด ตรวจสอบ และทวงถามหน้าที่การทำงานของ กสทช. แต่ทุกวันนี้ยังคงปล่อยปละให้วิทยุชุมชนซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อ
ชาวบ้านในชนบทมาก เป็นแหล่งโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภคแหล่งใหญ่ที่สุด มีทั้งพูดจาไม่ไพเราะ หรือด่ากันบ้างก็มี หรืออย่างเคเบิลทีวีที่บอกว่า ควบคุมโฆษณาห้ามเกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง ก็ไม่จริง เพราะเปิดขายกัน 24 ชั่วโมง”
บุญยืนมองว่า ในฐานะเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ทำอย่างไรจึงจะให้กสทช.ร่วมมือกับ อย. เฝ้าระวังโฆษณาที่เป็นอันตรายต่อสังคม หรือทำอย่างไรจะสกัดคลิปโป๊นักเรียน ที่ถูกเผยแพร่ได้
“ทุกวันนี้เหมือนคนดูสื่อและผู้บริโภคถูกปล่อยให้เผชิญชะตากรรมกันเอง เช่น ปล่อยให้มีโฆษณาสินค้าบางอย่างโดยอวดอ้างว่า กินเข้าไปแล้วหน้าชมพู อกฟู รูฟิต พอถูกจับและปรับก็แค่วันละ 5,000 บาท แต่เขาขายกันได้วันละเป็นแสนเป็นล้านบาท หรืออย่างเคเบิลทีวีส่วนใหญ่ที่เห็น เนื้อหาในรายการแทบไม่มี วันๆเอาแต่เดินตามผู้ว่าฯ เป็นปากเป็นเสียงให้หน่วยงานรัฐในพื้นที่”
บุญยืนทิ้งท้ายว่า รวมความแล้วทุกวันนี้ กสทช.ไม่มีข้อแก้ไขเชิงนโยบาย มัวแต่รอให้ประชาชนร้องเรียนเข้าไป ทำไม กสทช.ทั้ง 11 คน ไม่ลงมือทำเลย เธอแค่อยากเห็นว่า กสทช.ทำหน้าที่กำกับดูแลให้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนหรือผู้บริโภคต้องเผชิญชะตากรรมกันเอาเอง
ฝ่าย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. จำเลยหนึ่งเดียวของที่ประชุม ชี้แจงข้อกล่าวหาว่า ระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา กสทช. มีเป้าหมายระยะสั้นจัดทำแผนแม่บทไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านคลื่น ด้านกระจายเสียง และด้านโทรคมนาคม
พร้อมกับโต้ข้อกล่าวหาว่า กสทช. ไม่ใช่ กสทบ.อย่างที่บางคนเรียก แต่ยอมรับว่ามีอำนาจครอบงำมาจากทุกทิศทาง ทั้งแบบโจ่งแจ้งและแนบเนียน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหมือนกำลังอยู่ในช่วงทดลองโครงสร้างขององค์กร
“ผมไม่อยากให้คาดหวังกันว่า การมี กสทช.เหมือนมีกระสุนวิเศษ ยิงไปทางไหนแล้วจะเกิดการปฏิรูปได้ทันใจ แต่อย่างน้อยถ้าเปรียบกับกีฬาฟุตบอล ผมมั่นใจว่าในช่วงวาระ 6 ปีของ กสทช. มันคงต้องมีผลงานที่ยิงเข้าประตูกันบ้าง” กสทช.ประวิทย์ทิ้งท้าย.
ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th) Tuesday, January 24, 2012
ข่าวล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
- สำรวจผังฟรีทีวี 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0




