วัยรุ่น'ติดเน็ต'กลไกสมองเปลี่ยน สมาธิความจำสั้น-ความยั้งใจลด


360 องศา:วัยรุ่น'ติดเน็ต'กลไกสมองเปลี่ยน สมาธิความจำสั้น-ความยั้งใจลด

ดลิเมล์ - ผลศึกษาพบการใช้อินเทอร์เน็ตมากไปทำร้ายสมองวัยรุ่น โดยมีผลต่อสมาธิและความจำ ตลอดจนถึงความสามารถในการตัดสินใจและตั้งเป้าหมาย ความยับยั้งชั่งใจน้อยลงและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
       
นักวิจัยพบสัญญาณว่าสมองส่วน grey matter ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปเป็นเวลานานจะตีบลง
       
ในการศึกษา นักวิจัยใช้เครื่อง MRI สแกนสมองนักศึกษามหาวิทยาลัย 18 คน อายุ 19 ปีที่ใช้เวลาวันละ 8-13 ชั่วโมงเล่นเกมออนไลน์ สัปดาห์ละ 6 วัน
       
นักศึกษาเหล่านี้ถูกระบุว่าติดอินเทอร์เน็ต หลังจากตอบคำถาม 8 ข้อ ซึ่งรวมถึงคำถามว่าพยายามเลิกใช้คอมพิวเตอร์ และโกหกครอบครัวเกี่ยวกับเวลาที่ใช้กับการออนไลน์หรือไม่
       
จากนั้น นักวิจัยนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่เป็นนักศึกษา 18 คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตวันละไม่ถึง 2 ชั่วโมง
       
ภาพสแกน MRI ชุดหนึ่งโฟกัสที่สมองส่วน grey matter บริเวณเปลือกสมองด้านหน้าหรือที่เรียกว่า cortex ซึ่งรับผิดชอบในการประมวลผลความจำ อารมณ์ คำพูด การมองเห็น การได้ยิน และการควบคุมการเคลื่อนไหว
       
เมื่อเปรียบเทียบ grey matter ระหว่างสองกลุ่มพบว่า หลายส่วนในสมองของคนติดอินเทอร์เน็ตหดตัวลง โดยผลการสแกนเผยให้เห็นว่า ยิ่งการติดอินเทอร์เน็ตดำเนินต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ความเสียหายยิ่งร้ายแรงขึ้นเท่านั้น
       
นอกจากนั้น นักวิจัยยังพบการเปลี่ยนแปลงในเนื้อสมองชั้นในที่เรียกว่า white matter ที่เป็นเส้นทางส่งผ่านข้อความระหว่าง grey matter สองส่วนในระบบประสาท
       
 ความผิดปกติเชิงโครงสร้างเหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับความบกพร่องในการทำงานของส่วนที่ควบคุมความคิด
       
นักวิจัยเพิ่มเติมว่า ความผิดปกติเหล่านี้อาจทำให้วัยรุ่นติดอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น และสรุปว่านี่เป็นผลของอาการความผิดปกติจากการติดอินเทอร์เน็ต (internet addiction disorder หรือ IAD)
       
  “งานวิจัยของเราบ่งชี้ว่าการติดอินเทอร์เน็ตส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง”
       
งานศึกษาที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร “พลอส วัน” ชิ้นนี้ จัดทำโดยทีมนักประสาทวิทยาและแพทย์รังสีวิทยาของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลในจีน ที่คาดว่ามีเยาวชนติดอินเทอร์เน็ตสูงถึง 24 ล้านคน
       
ที่อังกฤษ เด็กใช้เวลาหน้าทีวีหรือคอมพิวเตอร์เฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง 20 นาที ทั้งนี้ จากการประเมินของบริษัทวิจัยตลาด ไชด์ไวส์
       
ดร.เอริก ซิกแมน จาก รอยัล โซไซตี้ ออฟ เมดิซิน แสดงความเห็นว่างานวิจัยของจีนถือเป็น ‘สัญญาณเตือนภัย’
       
“งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้ผมรู้สึกละอายใจที่สังคมของเราเรียกร้องให้ต้องมีภาพพิสูจน์เสียก่อนว่าสมองตีบลง จึงจะมีการสำนึกอย่างจริงจังว่าการนั่งหน้าจอวันละหลายชั่วโมงไม่ดีต่อสุขภาพเด็ก”
       
บารอนเนสส์ กรีนฟิลด์ ศาสตราจารย์เภสัชวิทยาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ สำทับว่างานศึกษาของจีน ‘น่าตกใจ’
       
“รายงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่างจำนวนปีที่เด็กติดอินเทอร์เน็ตกับการเปลี่ยนแปลงของสมอง
       
“เราต้องทำการทดลองเพิ่มเติม และลงทุนในการวิจัยเรื่องนี้มากขึ้น”
       
ก่อนหน้านี้ นักประสาทวิทยาศาสตร์เตือนว่า อาจมีความเชื่อมโยงระหว่างช่วงสมาธิของเด็กกับการใช้คอมพิวเตอร์และเว็บไซต์เครือข่ายสังคม และเป็นกังวลว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ให้ความสนใจเพียงพอกับหลักฐานที่ว่าการใช้คอมพิวเตอร์ทำให้สมองเด็กเปลี่ยนแปลง
       
ศาสตราจารย์คาร์ล ฟริสตัน นักประสาทวิทยาศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวกับวารสารไซเอนทิฟิก อเมริกันว่า เทคนิคที่ใช้ในการศึกษาขนาดเล็กของจีนมีความแม่นยำมาก และไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างแต่อย่างใด

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์     18 กรกฎาคม 2554


blog comments powered by Disqus

ความคิดเห็น