เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันร้องเรียนปัญหา SMS เข้าข่ายพนัน


ข้อเสนอคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม

กรณี "เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันร้องเรียนปัญหา SMS เข้าข่ายพนัน"


ความเป็นมา
เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน อันประกอบด้วย มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน และมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน ได้ยื่นหนังสือเลขที่ คพน. ๐๐๓/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เพื่อร้องเรียนปัญหา SMS เข้าข่ายพนันและมาตรการป้องกันแก้ไข ต่อ กทช. นที ศุกลรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. และต่อมา กทช. นทีฯ ได้ส่งเรื่องต่อให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมเพื่อดำเนินการต่อไป (เอกสารแนบ ๑)

การดำเนินการ
คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ โดยได้พิจารณาหนังสือร้องเรียนประกอบกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตลอดจนความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย แล้วมีความเห็นให้เสนอ กสทช. พิจารณากำกับดูแลปัญหาดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่อย่างจริงจัง

สาระสำคัญ
๑.    ข้อมูลจากเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเกิดปัญหาการส่ง SMS ที่เข้าข่ายการพนันหรือเสี่ยงโชค ซึ่งนักวิชาการได้ประมาณการว่าธุรกิจดังกล่าวมีเงินสะพัดกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาทต่อปี และจากผลงานวิจัยโครงการสำรวจสถานการณ์การเสี่ยงโชคผ่าน SMS พบว่ากลุ่มเป้าหมายในการเสี่ยงโชคผ่าน SMS มักเป็นกลุ่มเยาวชน โดยมีเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มเยาวชนมาเป็นของรางวัล อาทิ iPhone, iPad, BlackBerry และ Samsung Galaxy เป็นต้น แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ของรางวัลจะเป็นทองคำ, รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ ในการประกอบกิจการประเภทนี้จะใช้เงินลงทุนไม่มาก จากการศึกษาพบว่าใช้เงินลงทุนไม่เกิน ๑ แสนบาท โดยจะเป็นค่าซื้อข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อทำการส่ง SMS เชิญชวนมาเล่นพนัน ซึ่งทำการซื้อจากผู้ที่เคยสำรวจและได้เก็บข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ มูลค่าเบอร์ละ ๐.๙๐ บาท ประมาณ ๑ หมื่นเลขหมาย ค่าเช่าโดเมน ค่าจัดทำหน้าเว็บไซต์ ประมาณ ๑ – ๒ หมื่นบาท ทั้งนี้ยังไม่มีการซื้อของรางวัลเพราะรอให้มีผู้เข้ามาเสี่ยงโชคก่อนจึงเอาเงินที่ได้ไปซื้อ หากมีผู้เข้ามาเล่นน้อยก็จะมีการขยายระยะเวลาออกไปเรื่อยๆ พร้อมกับมีกลยุทธ์ส่ง SMS กลับมายังผู้เล่นเพื่อกระตุ้นให้เล่นเกมต่อ

นอกจากการเปิดบริการเสี่ยงโชคในรูปแบบนี้แล้ว ยังได้ขยายไปถึงการเล่นเกมลักษณะคล้ายกันนี้ผ่านทางโทรทัศน์ เช่น การให้แสดงความคิดเห็นผ่านรายการโดยมีการสุ่มให้ของรางวัลต่อผู้ที่ส่งข้อความเข้ามา รวมถึงการให้ตอบคำถาม ผ่านรายการทางโทรทัศน์ทั้งรายการข่าว รายการเพลง ฯลฯ โดยผู้ที่ส่งข้อความเข้าไปเพื่อเล่นเกมหรือร่วมสนุกต้องเสียค่าบริการส่ง SMS ข้อความละ ๓ – ๖ บาท นอกจากนี้ผู้ประกอบกิจการบางรายได้พ่วงกับการสมัครบริการดาวน์โหลดเนื้อหาบันเทิงต่างๆ เช่น เพลง หรือคลิป ทำให้ยิ่งมีค่าบริการที่สูงขึ้นไปอีก ทั้งค่าบริการในการรับข้อความที่เป็น Link เพื่อดาวน์โหลด และค่าบริการ EDGE/GPRS ซึ่งผู้ที่เข้าไปร่วมสนุกไม่รู้เรื่องเหล่านี้ รู้เพียงว่าส่ง SMS เพื่อร่วมสนุกชิงรางวัลเท่านั้น

ทั้งนี้ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน มีข้อเสนอต่อ กสทช. ดังนี้
๑)    ขอให้ กสทช. เร่งตรวจสอบปัญหา SMS ที่เข้าข่ายพนันเสี่ยงโชคผิดกฎหมายโดยด่วน
๒)    ขอให้ กสทช. เป็นหน่วยงานกลาง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมพิจารณาความเหมาะสมในการควบคุม กำกับดูแลปัญหาดังกล่าว
๓)    ขอให้ กสทช. เร่งออกมาตรการเพื่อจัดระเบียบ SMS เป็นการด่วน โดยขอให้อยู่ใต้กรอบ
        ๓.๑)    เพื่อป้องกันเด็ก และเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี มิให้ตกเป็นเหยื่อ SMS พนันเสี่ยงโชค ซึ่งเป็นการบ่มเพาะนิสัยชอบเสี่ยงโชค ชอบพนัน ทำงานน้อย แต่หวังผลประโยชน์มาก จนเข้าสู่วงจรนักพนันในที่สุด ทั้งนี้พิจารณาถึงข้อความเตือนด้วย
        ๓.๒)    เพื่อคุ้มครองมิให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค ให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนต่อผู้บริโภค
        ๓.๓)    เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐที่ควรจะได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
๔)    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันและองค์กรภาคี ยินดีร่วมเป็นเครือข่ายทำงานร่วมกับ กสทช. ในการสร้างความเข้าใจกับสังคมและทำให้ SMS อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

๒.    สถานการณ์ของปัญหา
สบท. ร่วมกับสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ทำการสำรวจปัญหาของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระหว่างปี ๒๕๕๑ – ๒๕๕๔ สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว ได้ดังนี้
       ๑.    ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ สำรวจผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า ในรอบ ๓ เดือนผู้บริโภคได้รับ SMS โฆษณารบกวนร้อยละ ๖๗.๕ และเคยร่วมส่ง SMS ชิงรางวัลในรายการโทรทัศน์ร้อยละ ๒๔.๗
      ๒.    ในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ สำรวจผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑๘ จังหวัดทั่วไประเทศ พบว่า ร้อยละ ๓๘.๘ เคยได้รับ SMS เชิญชวนให้ชิงโชคและร้อยละ ๗.๕ เคยใช้บริการ SMS ชิงโชค
      ๓.    ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ สำรวจผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑๘ จังหวัดทั่วไประเทศ พบว่า ร้อยละ ๔๕.๐ เคยได้รับ SMS โฆษณา และร้อยละ ๖๓.๖ ของข้อความที่ไม่เหมาะสมที่ได้รับจาก SMS โฆษณาคือการชักชวนให้เล่นการพนัน นอกจากนี้ร้อยละ ๑๕.๔ เคยร่วมส่ง SMS ชิงโชคในรอบ ๓๐ วันที่ผ่านมา โดยร้อยละ ๓.๘ ให้ข้อมูลว่าการส่ง SMS ชิงโชคเป็นบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งใช้บ่อยที่สุดในรอบ ๓๐ วัน
      ๔.    ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ สำรวจผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑๘ จังหวัดทั่วไประเทศ พบว่า โฆษณาที่ไม่เหมาะสมผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓ ลำดับแรก ได้แก่ คลิปหรือภาพลามก (ร้อยละ ๘๖.๔) โชว์ลามก (ร้อยละ ๕๓.๙) และการพนัน (ร้อยละ ๔๗.๕) โดยร้อยละ ๖๗.๘ เคยได้รับ SMS เชิญชวนให้ชิงโชค และในรอบ ๗ วันที่ผ่านมาได้รับ SMS เชิญชวนให้ชิงโชคถึงร้อยละ ๕๖.๗ แต่มีเพียงร้อยละ ๔.๕ เท่านั้นที่ประสงค์จะรับ SMS เชิญชวนให้ชิงโชค และร้อยละ ๕๕.๙ เห็นว่าการส่ง SMS เชิญชวนให้ชิงโชคเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นอกจากนี้ร้อยละ ๗๓.๐ เห็นว่าผู้ให้บริการเครือข่าย ควรเข้ามาควบคุมการส่ง SMS โฆษณาไปยังลูกค้าที่เป็นเด็ก และร้อยละ ๗๓.๕ เห็นว่าควรกำหนดโทษปรับกับผู้ให้บริการข้อมูลผ่าน SMS หากมีการส่ง SMS ที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมไปให้เด็ก

จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ SMS ชิงโชคเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ในรอบ ๗ วันมีผู้ได้รับ SMS ชิงโชคถึงร้อยละ ๕๖.๗ และเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และส่วนใหญ่เห็นว่าควรมีการกำกับดูแลมิให้มีการส่ง SMS ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมไปยังผู้ใช้บริการที่เป็นเด็ก ในส่วนการร่วมชิงโชคนั้น ข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ พบว่าในรอบ ๓๐ วันร้อยละ ๑๕.๔ เคยส่ง SMS ชิงโชค และร้อยละ ๓.๘ ให้ข้อมูลว่าการส่ง SMS ชิงโชคเป็นบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งใช้บ่อยที่สุด ซึ่งมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับข้อมูลผู้ที่ประสงค์จะรับ SMS เชิญชวนให้ชิงโชคเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ (ร้อยละ ๔.๕)

ในส่วนมิติของผู้ประกอบการนั้น หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๘ ว่า รองประธานอาวุโสบริษัท ป๊อปเอ็มเอ็กซ์ จำกัด ผู้ให้บริการข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือกล่าวว่า ถ้าไม่มีการแจกของรางวัล ก็คงไม่มีคนส่ง SMS หรือการส่งลดลงมาก อย่างรายการคุยข่าวปกติมียอดส่ง SMS หมื่นกว่าครั้ง/วัน แต่พองดแจกของรางวัลจำนวนการส่ง SMS ลดลงถึง ๕๐ % จากรายงานข่าวดังกล่าวจะเห็นได้ว่า SMS ชิงโชคมีผลต่อปริมาณการส่ง SMS ไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เป็นอย่างมาก

นอกจากนั้น จากการประชุมวิชาการเพื่อหาแนวทางการปกป้องเด็กและเยาวชนจากสถานการณ์การเสี่ยงโชคผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสดศรี – สฤษดิ์วงศ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นางสาวจุฑิมาศ สุกใส นักวิจัยได้รายงานผลการศึกษาปัญหาดังกล่าวว่า นอกจาก SMS ชิงโชคในลักษณะเดิมแล้ว ยังมีการให้บริการรูปแบบใหม่ เรียกว่า “การประมูลไม่ซ้ำต่ำสุด” โดยผู้ให้บริการจะเปิดเว็บไซต์ประมูลสินค้า เช่น ไอแพด ไอโฟน คอมพิวเตอร์พกพา หรือสินค้าอื่นๆ ที่เป็นที่นิยม และให้ผู้ร่วมประมูลส่ง SMS ร่วมประมูล ผู้ชนะการประมูลคือผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดแต่ต้องเป็นราคาที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น ทุกครั้งที่ส่ง SMS ร่วมประมูลจะเสียค่าบริการในอัตราที่แตกต่างจากการส่ง SMS ปกติ และผู้จัดจะส่งข้อความกลับเพื่อแจ้งราคาต่ำสุดในปัจจุบันหรือแจ้งว่าซ้ำกับผู้เล่นอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้เล่นส่ง SMS ครั้งใหม่ โดยการรับข้อความดังกล่าวผู้เล่นต้องเสียค่าบริการทั้งที่ผู้จัดเป็นผู้ส่งและผู้เล่นเป็นฝ่ายรับข้อความก็ตาม เช่น ข้อความละ ๖ บาท เป็นต้น ผู้ร่วมประมูลทุกรายจึงเสียค่าบริการทั้งสองทาง ยิ่งไปกว่านั้นจากการทดลองร่วมเล่นพบว่าการรับข้อความจากผู้จัดมีผลเป็นการเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่รู้ตัวอีกด้วยทำให้ต้องเสียค่าบริการ data เพิ่มขึ้น จากการวิจัยดังกล่าว จะเห็นได้ว่าลักษณะการประมูลไม่ซ้ำต่ำสุด มิใช่การประมูลสินค้าโดยทั่วไป แต่เป็นการเสี่ยงเลขที่ไม่ซ้ำกับใครจึงจะชนะ โดยผู้จัดได้รับผลประโยชน์คือค่าบริการ SMS จากผู้เล่นทั้งการส่งและรับข้อความ ซึ่งอาจเข้าได้กับการเล่นการพนัน แต่ในปัจจุบันยังขาดการกำกับดูแล

๓.    ข้อกฎหมาย
ลักษณะของบริการ SMS ที่เข้าข่ายการพนันหรือเสี่ยงโชคนั้น จะเริ่มจากการส่ง SMS ชักชวนให้ใช้บริการ และเมื่อส่ง SMS เพื่อเสี่ยงโชคจะเสียค่าบริการในอัตราที่มิใช่การส่ง SMS ปกติตามรายการส่งเสริมการขายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น โดยทั่วไป SMS ชิงโชคจะกำหนดอัตราไม่ต่ำกว่า ๓ บาทต่อข้อความ แม้ว่าค่าบริการส่ง SMS ตามปกติจะต่ำกว่านั้นก็ตาม โดยค่าบริการเสี่ยงโชคจะเรียกเก็บจากค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น แจ้งในใบแจ้งหนี้ค่าบริการในระบบรายเดือน หรือหักค่าบริการทันทีในระบบเติมเงิน กรณีลักษณะนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงไม่อาจปฏิเสธการรู้เห็นได้ เพราะเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการโดยตรงจากผู้บริโภค

ในกรณีบริการโทรคมนาคมที่มีการเรียกเก็บค่าบริการเพื่อรับรางวัลนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นทางกฎหมายอย่างชัดเจนตามบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๕๘๙/๒๕๔๕ กรณีเอกชนนำบริการโทรศัพท์ระบบหมายเลข ๑๙๐๐ ไปจัดรายการทายผลการแข่งขันกีฬาและตอบปัญหาชิงรางวัลโดยตั้งรางวัลที่มีมูลค่าเพื่อดึงดูดผู้ร่วมรายการนั้น ไม่ได้เป็นการเล่นตามบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติการพนันฯ และไม่เป็นการเสี่ยงโชคหรือจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลที่ผู้ประกอบกิจการค้าหรืออาชีพจัดให้มีขึ้นตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ เนื่องจากไม่ได้เป็นกรณีที่เจ้าของสินค้าให้ผู้ซื้อสินค้าเสี่ยงโชคในการได้รับของแถมพกหรือรางวัล ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยการเล่นที่เป็นการพนันไว้ว่าจะต้องมีลักษณะที่ผู้เล่นเสี่ยงต่อการได้และเสีย กรณีที่หารือนี้เห็นได้ว่าไม่ได้เป็นการให้บริการในทางธุรกิจในการให้ข้อมูลข่าวสารตามปกติ แต่เป็นการเล่นที่ที่มีบุคคลสองฝ่าย ฝ่ายทายผลต้องเสียค่าบริการโทรศัพท์ในอัตรานาทีละ ๙ บาททั่วประเทศและอาจได้รับของรางวัลซึ่งส่วนมามีลักษณะเป็นทรัพย์สิน ฝ่ายผู้จัดได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ของค่าโทรศัพท์ โดยผลที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอน คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) จึงเห็นว่าเป็นการเล่นที่เป็นการพนัน เนื่องจากเป็นการเล่นที่มีลักษณะเป็นการเสี่ยงโชคต่อการได้หรือเสียประโยชน์ การจัดให้มีการเล่นดังกล่าวเพื่อให้พนันกันจะกระทำได้นั้น ตามมาตรา ๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ บัญญัติว่าจะต้องมีกฎกระทรวงระบุชื่อและเงื่อนไขการเล่นเอาไว้ เมื่อในปัจจุบันยังไม่มีกฎกระทรวงกำหนด การจัดให้มีการเล่นดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ (เอกสารแนบ ๒)
จากหลักพิจารณาที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ความเห็นไว้ สรุปได้ว่า การเล่นที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการได้หรือเสีย ผู้เล่นต้องเสียค่าบริการโทรศัพท์และอาจได้รับของรางวัลโดยผลที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอน และผู้จัดได้รับประโยชน์จากค่าบริการโทรศัพท์ เป็นการเล่นการพนัน และหากไม่มีกฎกระทรวงระบุชื่อและเงื่อนไขการเล่นเอาไว้ก็ไม่สามารถจัดให้มีการเล่นดังกล่าวได้

คณะอนุกรรมการฯ ได้ตรวจสอบรายชื่อการพนันตามบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติการพนันฯ (เอกสารแนบ ๓) ไม่พบการเล่นชิงโชคผ่านบริการโทรคมนาคม แต่มีกรณีที่อาจใกล้เคียงกันคือการจับสลากโดยวิธีใดๆ ตามบัญชี ข. อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขการเล่นต้องไม่เกิน ๑ วันและต้องอยู่ภายในกำหนดเวลา ๗ – ๒๔ นาฬิกาเท่านั้น ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๐๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ (เอกสารแนบ ๔)
เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ มท ๐๓๐๗.๒/ว๒๓๘๔ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด (เอกสารแนบ ๕) แจ้งว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์หลายรายการมีการเชิญชวนให้ประชาชนผู้ชมและผู้รับฟังรายการส่งข้อความ SMS หรือส่งข้อความทางโทรศัพท์ผ่านระบบหมายเลขต่างๆ ในการทายผลตอบปัญหา และแสดงความคิดเห็นเพื่อชิงรางวัลเข้าไปในรายการเป็นจำนวนมากโดยมีการเสี่ยงโชคได้รับของรางวัลเฉพาะผู้ส่งข้อความบางรายหรือได้รับของรางวัลไม่เท่ากันทุกราย กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเป็นการจัดให้มีรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ จะต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ แต่หากการจัดดังกล่าวมีเจตนาเพื่อหารายได้จากส่วนแบ่งผลประโยชน์ของการส่งข้อความ หรือเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตเห็นว่ามีการแบ่งผลประโยชน์จากค่าบริการส่งข้อความ ไม่ว่าอัตราส่วนเท่าไร ก็จะไม่เป็นการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค และไม่สามารถอนุญาตได้ตามมาตรา ๘ อีกทั้งไม่สามารถออกใบอนุญาตเล่นการพนันตามมาตรา ๔ เนื่องจากไม่มีระบุไว้ในกฎกระทรวงตามาตรา ๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงวางระเบียบ ขอบเขต วิธีการรูปแบบ การเล่นดังนี้ ให้รวมถึงการใช้วิธีการส่งข้อความ SMS หรือทางโทรศัพท์ผ่านระบบเลขหมายต่าง ๆ หรือวิธีการอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกันในการทายผลตอบปัญหา และแสดงความคิดเห็นเพื่อชิงรางวัลดังนี้


      ๑.    ผู้ขออนุญาตไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิตสินค้าขึ้นเองหรือเป็นผู้แทน จำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
      ๒.    การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคโดยวิธีการส่งข้อความ SMS หรือทางโทรศัพท์ผ่านระบบหมายเลขต่าง ๆ  หรือวิธีการอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกันใน การทายผล ตอบปัญหา หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อชิงรางวัลให้ใช้วิธีเล่นโดยการพิมพ์หมายเลขของผู้ส่งข้อความที่ร่วมรายการดังกล่าวนำมาจับสลากตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตโดยต้องมีผู้รู้ เห็นที่น่าเชื่อถือได้เป็นพยานในการตรวจสอบและการจับสลากด้วยทุกครั้ง ส่วนวิธีการเล่นอย่างอื่น ห้ามมิให้อนุญาตโดยเด็ดขาด และให้ทำรายงานข้อมูลของผู้ที่ได้รับรางวัลแจ้งต่อเจ้าพนักงาน ผู้ออกใบอนุญาตโดยเร็ว  และมีชื่อ - สกุล ที่อยู่ของผู้รับรางวัล พร้อมลายมือชื่อของพยานผู้รู้เห็นในการ จับสลาก ด้วยทุกครั้ง
      ๓.    รางวัลสมนาคุณจะต้องระบุไว้ว่า เป็นสิ่งของอะไร ราคาเท่าไร และให้พิจารณาว่าราคาพอสมควรที่จะแถมพกหรือให้รางวัลหรือไม่ และห้ามมิให้จ่ายหรือรับเงินแทนการแถมพกหรือรางวัลตามลักษณะข้อจำกัดและเงื่อนไขหลังใบอนุญาต เช่น เงินสด บัญชีเงินฝาก เป็นต้น
      ๔.    กำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาต จะต้องแจ้งหรือแสดงข้อความว่าได้รับอนุญาตแล้วตามใบอนุญาตเล่มที่ เลขที่ และสถานที่ออกใบอนุญาตต่อผู้เข้าร่วมเล่นก่อนจัดให้มีการเล่นดังกล่าวในรายการที่จัดด้วยทุกครั้ง
      ๕.    ให้ควบคุมตรวจสอบผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยเคร่งครัด

หนังสือฉบับดังกล่าวเป็นกรณีการร่วมชิงโชคกับรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เท่านั้น โดยผู้จัดต้องไม่ได้รับผลประโยชน์จากค่าบริการส่งข้อความ และต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ต้องแจ้งข้อมูลการอนุญาตต่อผู้ร่วมเล่นในรายการที่จัดด้วยทุกครั้ง ต้องระบุรางวัลและราคา ต้องจับสลากรางวัลตามเวลาและสถานที่ที่กำหนดต่อหน้าพยานที่เชื่อถือได้และรายงานข้อมูลผู้ได้รับรางวัลต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตโดยเร็ว เป็นต้น แต่หากเป็นกรณีผู้จัดได้รับผลประโยชน์จากค่าบริการส่งข้อความถือเป็นการเล่นการพนันและไม่สามารถอนุญาตได้
 
นอกจากนี้หนังสือฉบับดังกล่าวยังกำชับให้ควบคุมตรวจสอบให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ อีกด้วย ซึ่งมีกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ เกี่ยวข้อง ๒ ฉบับ คือกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (เอกสารแนบ ๖) และฉบับที่ ๕ (เอกสารแนบ ๗) โดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ ประกอบกับฉบับที่ ๕ กำหนดให้ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุหรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนันแล้ว หรือข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุหรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการประกวดชิงรางวัล โดยข้อความโฆษณาดังกล่าวมิได้ระบุรายละเอียดดังที่กำหนดในกฎกระทรวงเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนร่วมตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ รายละเอียดที่ต้องระบุได้แก่
      (ก) หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือข้อกำหนดในการเสี่ยงโชคหรือในการประกวดชิงรางวัล
      (ข) วัน เดือน ปีที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของการจัดให้มีการเสี่ยงโชคหรือการประกาศชิงรางวัล เว้นแต่กรณีที่เป็นการโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ ข้อความโฆษณาที่กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นของการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัลนั้นจะให้ปรากฏในส่วนที่เป็นภาพหรือในส่วนที่เป็นเสียงอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ แต่ข้อความโฆษณาที่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดนั้นจะต้องให้ปรากฏทั้งในส่วนที่เป็นภาพและส่วนที่เป็นเสียง
      (ค) ประเภทและลักษณะของของแถมพกหรือรางวัลจำนวนและมูลค่าของของแถมพกหรือรางวัลแต่ละสิ่ง หรือมูลค่ารวมในแต่ละประเภท เว้นแต่กรณีที่การโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ระบุมูลค่าของของแถมพกหรือรางวัลแต่ละสิ่ง หรือมูลค่ารวมในแต่ละประเภทก็ได้   แต่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระบุมูลค่ารวมของแถมพกหรือรางวัลทุกประเภทไว้แทน
      ในกรณีที่สิ่งซึ่งจัดเป็นของแถมพกหรือรางวัลเป็นสิ่งซึ่งมีมูลค่าที่ผู้บริโภคอาจทราบได้โดยทั่วไป  และข้อความโฆษณานั้นได้แสดงให้ผู้บริโภคทราบถึงประเภทและลักษณะของของแถมพกหรือรางวัลไว้โดยชัดแจ้งแล้ว  ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ระบุมูลค่าของของแถมพกหรือรางวัลนั้นไว้ก็ได้
      (ง) เขตหรือถิ่นที่มีการจัดให้มีการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัล เว้นแต่กรณีที่เป็นการจัดให้มีขึ้นทั่วราชอาณาจักร
      (จ) วัน เดือน ปี เวลา และสถานที่ซึ่งกำหนดไว้สำหรับการทำการเสี่ยงโชคหรือการตัดสินการประกวดชิงรางวัล
      (ฉ) สื่อโฆษณาที่จะใช้ในการประกาศรายชื่อผู้ได้รับของแถมพกหรือรางวัลจากการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัล
    

นอกจากกฎหมาย บันทึกความเห็นทางกฎหมาย และหนังสือสั่งการที่กล่าวมาแล้ว กรมการปกครองซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับมอบภารกิจที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการพนันฯ จากกระทรวงมหาดไทยได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ SMS และพระราชบัญญัติการพนันขึ้นปรากฏในหนังสือ “คู่มือการปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน” ของกรมการปกครอง หน้า ๒๖๐-๒๖๒ (เอกสารแนบ ๘) และกรมการปกครองยังได้มีหนังสือที่ มท ๐๓๐๗.๒/ว ๑๑๐๕๗ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ ถึงที่ทำการปกครองจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อจัดส่งสรุปคำวินิจฉัยและความเห็นในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าด้วยการพนัน (เอกสารแนบ ๙) ซึ่งมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับบริการโทรคมนาคมที่สำคัญดังนี้

๑.    การจัดบริการให้ส่งข้อความเพื่อแสดงความเห็น หรือตอบปัญหาชิงรางวัล ผ่านทาง SMS นั้น ประชาชนโดยทั่วไปทราบอยู่แล้วว่า แม้จะทายผล แสดงความเห็น หรือตอบปัญหาเพื่อชิงรางวัล ถูกต้องก็ยังไม่ได้รับรางวัลเนื่องจากมีผู้ส่งข้อมูลผ่าน SMS มาเป็นจำนวนมาก จะต้องมีกรรมวิธีในการเสี่ยงโชคผู้ได้รับรางวัลอีกครั้งหนึ่ง จึงเข้าข่ายลักษณะเป็นการจัดให้มีรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ

๒.    การจัดบริการให้ส่งข้อความเพื่อแสดงความเห็น หรือตอบปัญหาชิงรางวัล ผ่านทาง SMS นั้น หากมีเจตนาเพื่อหารายได้จากส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการส่ง SMS เป็นรายได้หลัก ถือว่าเป็นการจัดเพื่อเล่นการพนันโดยแท้ ตามมาตรา ๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ ดังนั้นการพิจารณาอนุญาตตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ หากพบว่ามีการแบ่งผลประโยชน์จากการส่ง SMS แล้ว ไม่สามารถอนุญาตได้ ทั้งนี้ในการพิจารณาไม่ต้องคำนึงว่าค่าบริการส่ง SMS จะมีอัตราครั้งละเท่าใด เพียงแค่พิจารณาเรื่องการแบ่งประโยชน์เป็นพอ

๓.    หากเจ้าพนักงานอนุญาตให้มีการเสี่ยงโชคตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ แล้วภายหลังพบว่าผู้รับอนุญาตไปรับผลประโยชน์มากกว่าที่ขออนุญาต คือมีการแบ่งผลประโยชน์โดยตรงจากรายได้ในการส่ง SMS ก็จะถือว่าเป็นความผิดตาม  มาตรา ๔ ทวิ

๔.    กรณี AIS ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการค้าหรืออาชีพเกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ขออนุญาตจัดชิงโชคเพื่อสมนาคุณแก่กลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ถือบัตร AIS CARD และบัตรเซเรเนดการ์ด โดยการส่ง SMS เพื่อเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการ ไปยังบริษัทโดยเสียค่าโทรศัพท์ครั้งละ ๓ บาท เพื่อชิงโชค ฯลฯ การดำเนินการดังกล่าวบริษัทจะได้ค่าตอบแทนครั้งละ ๓ บาท ซึ่งไม่ใช่การส่ง SMS เพื่อติดต่อสื่อสารในการใช้งานระหว่างกันเองตามปกติโดยทั่วไป แต่เป็นการส่งข้อความไปยังบริษัทผู้จัดเพื่อเสี่ยงโชค และเป็นการจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ผู้จัดโดยตรง จึงเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันตามมาตรา ๔
    

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปความเห็นทางกฎหมายที่เป็นแนวปฏิบัติในปัจจุบัน ได้ดังนี้
๑.    SMS ชิงโชคทางรายการของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ และผู้จัดต้องไม่ได้รับผลประโยชน์จากค่าบริการโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน

๒.    ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งทางราชการกำหนดขึ้น ตามพระราชบัญญัติการพนันและพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ

๓.    ในกรณีที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นผู้จัด จะคิดค่าบริการ SMS ไม่ได้ เนื่องจากค่าบริการนั้นจะเป็นเสมือนการรับแทง และผู้เล่นไม่ได้รับบริการตอบแทนแต่อย่างใด เพราะการโทรศัพท์เข้าไปนั้น ผู้เล่นประสงค์จะได้รับรางวัล มิได้ประสงค์จะใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับบุคคลตามปกติ จึงมีลักษณะเป็นการวางเงินเพื่อที่จะเสี่ยงรับรางวัล

นอกจากนั้น กรณี SMS ชิงโชคมีการกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างไปจากการส่งข้อความปกติ โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการ แม้จะอ้างว่าเป็นบริการเสริม แต่การส่งข้อความดังกล่าวมิได้มีตัวสินค้าหรือบริการใดตอบแทนนอกจากการร่วมชิงโชค การส่ง SMS ชิงโชคจึงมิใช่บริการเสริมของโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่เป็นบริการส่งข้อความจากผู้เล่นไปถึงผู้จัด การกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างจากอัตราค่าบริการส่งข้อความปกติ จึงมีประเด็นทางกฎหมายว่าเป็นการกำหนดอัตราค่าบริการที่ต่างกันของบริการลักษณะหรือประเภทเดียวกันด้วยอีกประเด็นหนึ่ง แต่หากอ้างว่ามีการแบ่งผลประโยชน์จากค่าบริการให้ผู้จัดจึงทำให้ค่าบริการสูงกว่าค่าบริการส่งข้อความปกติ ย่อมจะเข้าลักษณะการเล่นการพนันซึ่งไม่สามารถขออนุญาต

ข้อพิจารณา
ในปัจจุบันพบการส่ง SMS เชิญชวนให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมชิงโชคได้อย่างกว้างขวาง  โดยมิได้มีการป้องกันมิให้มีการส่ง SMS ชิงโชคไปถึงเด็กและเยาวชนด้วย และไม่ปรากฏว่าการส่ง SMS ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด ได้แก่ การระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนเกี่ยวกับการอนุญาตและราคาของรางวัล การจัดให้มีการจับรางวัลโดยมีพยานที่เชื่อถือได้ และการประกาศรายชื่อผู้รับรางวัลผ่านสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
   
อีกทั้ง การกำหนดอัตราค่าบริการที่ต่างไปจากค่าบริการปกติอาจเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ และหากมีการแบ่งผลประโยชน์ค่าบริการให้กับผู้จัดจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯ อย่างชัดแจ้ง
   
เนื่องจากการส่ง SMS ชิงโชคเป็นสิ่งที่กระทำได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา และผู้ปกครองไม่สามารถสอดส่องดูแลมิให้เด็กและเยาวชนเล่นได้ เมื่อไม่มีระบบป้องกันการส่ง SMS ชักชวนให้ชิงโชคไปยังเด็กและเยาวชน ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมได้ง่าย และส่งผลให้มีพฤติกรรมเสี่ยงโชคหรือติดการพนันได้ อันจะเป็นผลเสียต่อประเทศในระยะยาว

ข้อเสนอเพื่อดำเนินการ
    คณะอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอแนวทางการจัดการปัญหา SMS เสี่ยงโชค/การพนัน ดังนี้
๑.    กสทช. ควรประกาศท่าทีอย่างชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนตลอดจนผู้ให้บริการใช้บริการโทรคมนาคมเพื่อการเสี่ยงโชคหรือเล่นการพนัน
๒.    กำกับดูแลมิให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดให้มีการพนันหรือชิงโชค นอกไปจากการแถมพกหรือให้รางวัลแก่ผู้ใช้บริการตามปกติซึ่งดำเนินการได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
๓.    กำกับดูแลการส่ง SMS โฆษณาจากผู้ให้บริการไปยังผู้ใช้บริการโดยคำนึงถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ตลอดจนป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนได้รับ SMS โฆษณาที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น ลามก อนาจาร เสี่ยงดวง ชิงโชค เป็นต้น
๔.    กำกับดูแลอัตราค่าบริการ SMS ให้มีอัตราเดียวกันในบริการที่มีลักษณะหรือประเภทเดียวกัน

เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามแนวทางดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ กสทช. ควรดำเนินการดังต่อไปนี้
๑.    แจ้งเวียนความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับการชิงโชคผ่านบริการโทรคมนาคม ตลอดจนหนังสือสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ให้บริการเสริมทราบ และถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
๒.    สั่งห้ามผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม มิให้จัดบริการ SMS ชิงโชคหรืออำนวยความสะดวกให้เกิดบริการ SMS ชิงโชคซึ่งมิได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ
๓.    แจ้งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมระมัดระวังการดำเนินการหรือการทำธุรกิจร่วมกับผู้จัดให้มีการชิงโชค และให้ตรวจสอบว่าการชิงโชคได้รับอนุญาตให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการพนันฯ โดยถูกต้องและถือปฏิบัติตามเงื่อนไขได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ และส่งรายงานให้สำนักงาน กสทช. ทราบทุกครั้ง หากพบว่าการชิงโชคผ่าน SMS ไม่เป็นไปตามกฎหมายให้ลงโทษอย่างจริงจัง
๔.    สั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ห้ามเรียกเก็บค่าบริการส่ง SMS ชิงโชคจากผู้บริโภคในอัตราที่แตกต่างจากการส่ง SMS ตามปกติ เนื่องจากเป็นบริการส่งข้อความจากผู้เล่นถึงผู้จัดชิงโชค ไม่มีตัวสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคได้รับเป็นการตอบแทนเช่นบริการเสริมอื่นๆ ของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หากจะกำหนดอัตราที่แตกต่างให้ขอความเห็นชอบและแสดงเหตุผลอย่างชัดเจน
๕.    สั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดทำข้อมูลรายชื่อผู้ร่วมให้บริการเสริมที่จัดบริการ SMS ชิงโชค และรายงานต่อ กสทช. พร้อมทั้งแสดงข้อมูลการจัดสรรค่าบริการ SMS ชิงโชคของผู้ร่วมให้บริการเสริมแต่ละราย รวมถึงกรณีการส่ง SMS ร่วมตอบปัญหาชิงรางวัลหรือแสดงความเห็นที่มีลักษณะการดำเนินการทางธุรกิจร่วมกับรายการต่างๆ ตามสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
๖.    จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหา SMS ชิงโชค ได้แก่ กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน กสทช. รวมถึงเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
๗.    ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางและร่างหลักเกณฑ์การให้บริการเสริมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกรบกวนและให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม ตลอดจนป้องกันการส่งเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมแก่เด็กและเยาวชน รวมไปถึงพิจารณาความเหมาะสมของการหารายได้ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ผ่าน SMS ซึ่งมิได้มีตัวสินค้าหรือบริการที่ผู้ส่งจะได้รับเป็นการตอบแทน และปรากฏกรณีที่ส่ง SMS และถูกหักค่าบริการแล้วแต่ความเห็นหรือคะแนนมิได้มีการนำไปใช้หรือแสดงในรายการ
 
-----------------------------------------------
 


blog comments powered by Disqus

ความคิดเห็น