สรรหา กสทช. ส่อล่ม ส่งกระทบอุตฯ โทรคมฯ แสนล้าน
Last Updated on Sunday, 26 June 2011 21:12 Written by Administrator Wednesday, 15 June 2011 00:49

คอลัมน์: Special Issue: สรรหา กสทช. ส่อล่ม ส่งกระทบอุตฯ โทรคมฯ แสนล้าน
Source - เทเลคอม เจอร์นัล (Th)
ชัยวัฒน์ เกษสม
สุรนันท์ ชี้หากกระบวนการสรรหากสทช. ยัง เดินหน้าส่งผลเสียหายต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากกว่าแสนล้าน ด้านกรรมการสรรหาโต้กลับหากกระบวนการสะดุดจะกระทบอุตสาหกรรมดังกล่าวมากกว่า เพราะไม่มีคนกำกับดูแล ขณะที่เลขาธิการวุฒิสภาระบุหากรายชื่อในส่วนของการสรรหามีปัญหาก็จะส่งราย ชื่อเท่าที่มีให้กับวุฒิสภาพิจารณาโดยนักกฎหมายออกชี้แจงต้องได้รายชื่อ ครบ44 คน ตามมาตรา 6 พ.ร.บ.กสทช. ถึงจะส่งให้วุฒิสภาได้
ภาย หลังเมื่อวันที่ 27 พ.ค.54 ที่ผ่านมาที่ศาลปกครองได้นัดไต่สวนในกรณีที่ สุรนันท์วงศ์วิทยกำจร กทช. ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. และสำนักเลขาฯ วุฒิสภา เพื่อขอให้ศาลปกครองพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการส่งรายชื่อผู้ สมัคร กสทช. จำนวน 22 คน ให้แก่วุฒิสภาเนื่องจากกระบวนการพิจารณาและมติออกคำสั่งทางปกครองในการสรรหา กสทช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สุรนันท์ กล่าวว่า หากกระบวนการสรรหากสทช.ยังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลเสียหายต่อภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและกิจการวิทยุและโทรทัศน์ มากกว่าแสนล้านบาท รวมไปถึงจะกระทบต่อผู้บริโภคในอนาคต เนื่องจากมีการให้บริการไม่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระบวนการคัดสรรหา กสทช.มีการใช้ระยะเวลาเนิ่นนาน แต่เป็นเพราะเหตุใดในช่วงนี้จึงมีการเร่งกระบวนการสรรหาทั้งที่กระบวนการดัง กล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย
"ศาลปกครองได้นัดไต่สวนในกรณีที่มี การขอคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งเขาได้ชี้แจงว่าเนื่องจากกระบวนสรรหา กสทช. ทั้งในบัญชี1.การคัดเลือกกันเอง และ 2. การสรรหาจะต้องส่งให้แก่วุฒิสภาประมาณสัปดาห์ที่ 2 เดือน มิ.ย.นี้ ดังนั้นหากมีการส่งบัญชีที่มิชอบด้วยกฎหมายจะทำให้เกิดความเสียหาย"
ทั้ง นี้ กระบวนการพิจารณาของศาลจะมี 2 ส่วน คือ 1. มีคำสั่งว่าคุ้มครองหรือไม่ และ2. การให้ผู้ถูกฟ้องส่งคำให้การภายใน 20 วันเพื่อประกอบการวินิจฉัยในคดีดังกล่าว
สุรนันท์ กล่าวอีกว่า ศาลไต่สวนคู่ความทั้งสองฝ่ายเนื่องจากขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวใช้ เวลากว่า 3 ชั่วโมง ได้ชี้แจงว่าในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกสทช. เมื่อวันที่ 25 เมษายน นั้น ตามกฎหมายให้นับคะแนนเรียงลำดับจาก 1-8 แล้วเลือก 4 อันดับแรก ได้คะแนนลำดับที่ 5 ปรากฏว่าผู้มีคะแนนลำดับ 3 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาต้องเสนอชื่อผู้ที่มี ลำดับ 1-2 และ 4-5 บัญชีการนับคะแนนบัญชีนี้เป็นที่ยอมรับของทุกคนว่ามีความถูกต้อง ปรากฏว่าคณะกรรมการสรรหากลับให้ลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 29 เมษายนเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะตามกฎหมายแล้วจะจัดให้เลือกใหม่ได้ในกรณีเดียวคือกรณีที่ผู้ได้รับ เลือกมีคะแนนเท่ากัน
"หาก กสทช.จะต้องประชุมลงมติให้ใบอนุญาตต่างๆ แล้วปรากฏภายหลังว่าการสรรหากสทช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การลงมติอาจเป็นโมฆะ จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงขอให้ศาลตรวจสอบการกระทำของผู้ถูกฟ้องอาจกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และระงับการกระทำนั้นจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำวินิจฉัย"
กรรมการสรรหาแจงหากศาลคุ้มครองชั่วคราวกระทบอุตฯ โทรคมฯ
ด้าน สุวรรณา สมบัติรักษาสุข ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ในฐานะคณะกรรมการสรรหา กสทช. กล่าวว่า หากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองจะทำให้กระบวนการสรรหาสะดุด และจะกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมและกิจการวิทยุ-โทรทัศน์ทั้งหมดรวมไปถึง การประมูล 3G เพราะจะไม่มีผู้รับผิดชอบ โดยประโยชน์ของประเทศมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทจะไม่มีผู้ใดดูแล
อย่าง ไรก็ตาม ขณะนี้ศาลได้กำหนดกรอบส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 20 วัน ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการสรรหา กสทช.คงไม่มีการชี้แจงเพิ่มเติม แต่ต้องดูในส่วนสำนักเลขาธิการวุฒิสภาและอัยการว่าจะมีคำชี้แจงเพิ่มเติม หรือไม่
เลขาธิการวุฒิสภาชี้ส่งรายชื่อเท่าที่มีให้วุฒิฯ
นรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภาในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหากสทช. กล่าวว่า ในส่วนของอีกบัญชีหนึ่งที่คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้สรรหานั้นที่กำลังมีการ ฟ้องร้องกันอยู่กระบวนการเรียบร้อยแล้ว เพราะได้ส่งรายชื่อมาให้กับเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว ซึ่งถือว่าคณะกรรมการสรรหาหมดหน้าที่ไป แต่ในส่วนของการฟ้องร้องก็ต้องดำเนินการต่อไป ท่านที่ประสงค์จะฟ้องก็ฟ้องไป แต่กระบวนการสรรหาเสร็จเรียบร้อยแล้วในบัญชีสรรหา ทั้งนี้ในกระบวนการต่อไปเลขาธิการวุฒิสภาจะต้องนำรายชื่อ 22 คนของการสรรหาและรวมอีก 22 คน จากการเลือกกันเองส่งให้กลับวุฒิสภาพิจารณาซึ่งถือเป็นการดำเนินการตาม กฎหมาย
กรณีที่มีปัญหาการฟ้องร้องแล้วทำให้ไม่สามารถส่ง รายชื่อให้กับวุฒิสภาได้ครบ 44 คนเลขาธิการวุฒิสภากล่าวว่า เราจะส่งรายชื่อเท่าที่มี มีเท่าไรก็ส่งเท่านั้น เนื่องจากรายชื่อที่เลขาธิการวุฒิสภามีก็เป็นเพราะการสรรหาของคณะกรรมการ สรรหาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ถ้าติดปัญหาในการฟ้องร้องเราก็จะส่งเท่าที่มี
"อีก ทั้งเราคงดำเนินการอะไรอีกไม่ได้เพราะเป็นอำนาจของกรรมการสรรหา นอกจากนี้ กฎหมายมีการกำหนดว่าถ้ารายชื่อไม่ครบ 44 คน ไม่สามารถส่งให้วุฒิสภาพิจารณาได้ แต่ถ้าหากดูขั้นตอนตามกฎหมายถือว่าเลยในจุดนั้นมาแล้ว"
นอก จากนี้ ในสวนของกรณีที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามที่มีผู้ฟ้องร้องต่อศาล ปกครองกลางทำให้รายชื่อในส่วนของการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาไม่สามารถส่งให้ วุฒิสภาได้นั้น เราก็จะส่งรายชื่อเท่าที่มีอยู่จะคุ้มครองชั่วคราวในส่วนไหนก็ต้องเป็น กระบวนการไป แต่เราถือว่ารายชื่อมีครบแล้วแต่อย่างไรก็ดีก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะดำเนินการอะไรต้องฟังดูว่าทำอย่างไร อย่างไรก็ดียืนยันว่า กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการกสทช. ยังทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
นัก กม.แจงต้องส่งรายชื่อครบ 44 คน
ขณะ ที่ ณกฤช เศวตนันท์ นักกฎหมายโทรคมนาคม กล่าวว่า ในแง่ของกฎหมายหากรายชื่อไม่ครบ 44 คน จะไม่สามารถส่งรายชื่อให้กับวุฒิสภาเลือกได้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. กสทช. 2553 ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่า น่าจะต้องมีรายชื่อครบ 44 คนจึงจะสามารถส่งรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาได้
"โดยในมาตรา ดังกล่าวกำหนดไว้ว่ากสทช. 11 คน มาจากการสรรหาของกรรมการสรรหา 22 คน และผู้ประกอบวิชาชีพคัดเลือกกันเองอีก 22 คน แล้วส่งรายชื่อให้กับวุฒิสภาเลือกเพื่อให้ได้คณะกรรมการ กสทช. 11 คน"
นอก จากนี้ ในส่วนของการฟ้องร้องที่ยุทธ์ ชัยประวิตร เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกแทนอรรถชัย บุรกรรมโกวิท อดีตรอง ผอ.สำนักงบประมาณ, ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถูกตัดสิทธิ์จากคุณสมบัติต้องห้ามโดยเป็นประเด็นให้ สุรนันท์ ฟ้องศาลปกครองในการสรรหา กสทช. สาขาเศรษฐศาสตร์ ทั้งนี้ในส่วนที่ยุทธ์เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 3 และเป็นผู้ฟ้องสอดด้วยเพราะหากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจะทำให้เขาเสีย ประโยชน์ ในมุมมองนี้มองว่า ไม่น่าจะเป็นผู้ฟ้องสอด เพราะยุทธ์เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 3 และจะย้อนกลับมาเป็นผู้ฟ้องคดีร่วมกันหรือฟ้องสอดได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าเขาอาจจะฟ้องในคดีใหม่หรือเปล่า เพราะถ้าหากจะอ้างว่าเสียประโยชน์ซึ่งคดีเก่าน่าจะต้องเคลียร์ให้เรียบร้อย เสียก่อนในฐานะที่เขาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3
อย่างไรก็ดี ยุทธ์ในฐานะถ้าอาจจะฟ้องหลังศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวความเป็นไปได้ว่าจะ ฟ้องใครนั้น ต้องตรวจสอบดูก่อนเพราะเขาเสียหายจากคำสั่งของศาลไม่ได้รับความเสียหายจากสุ รนันท์หรือว่าใคร ซึ่งในจุดนี้อาจจะเป็นเทคนิคที่เขาคิดขึ้นใหม่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นมาก่อนที่ว่ามีการฟ้องสอด
ทั้งนี้ กรณีที่เป็นประเด็นว่า 180 วันหลังจาก พ.ร.บ. กสทช. 2553 มีผลบังคับใช้ซึ่งในช่วงเวลานี้อยู่ในสมัยการปิดประชุมสภาจึงมีบางท่านกล่าว ว่าการนับ 180 วันนั้น ในช่วงปิดประชุมสภาจะนับหรือไม่ เพราะหากนับด้วยในการเปิดประชุมสภาครั้งหน้าก็จะเกิน 180 วันโดยในจุดนี้มองว่า 180 วันนับตั้งแต่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ถึงแม้ปิดประชุมสภาก็จะต้องนับ 180 วันด้วย
สุภิญญา โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ถึงการตัดสินใจสมัคร กสทช.
สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อโพสต์ ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงการตัดสินใจลงสมัคร กสทช. ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้เคยระบุว่าจะไม่ลงสมัครว่า NGO เหมือนกับกลุ่มอื่นๆ ที่เข้าไปผลักดันกฎหมายแต่ก็เราไม่ได้ทุกประเด็นที่เราต้องการ คนตัดสินสุดท้ายคือ สภา ส.ส. และส.ว. ซึ่งการแข่งขัน กสทช. ครั้งนี้ไม่ได้เปิดให้เฉพาะบุคลลใด ทุกคนมีสิทธิสมัครเป็นได้ตามกระบวนการแข่งขัน ไม่มีใครได้เป็นโดยอัตโนมัติในการแข่งขันรอบนี้มีอดีตคนเคยร่างกฎหมายพ.ร.บ. กสทช. เท่าที่รู้ประมาณ 5 คน สมัครรวมอดีต ส.ว. ด้วย ไม่พบข้อวิจารณ์คนอื่นๆ เรื่องนี้
ทั้งนี้ ในจำนวน 5 คนที่มีส่วนร่วมร่างพ.ร.บ.กสทช.ที่มาสมัครรอบนี้ มีทั้งคนเข้ารอบและตกรอบ ท่านหนึ่งที่ตกรอบยังไปฟ้องศาลปกครอง และศาลก็รับฟ้อง ถ้าศาลตัดสินเป็นประโยชน์กับท่านนั้น เขาก็จะได้รับเลือกกลับเข้ารอบตามกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าท่านนั้นจะมีส่วนร่าง พ.ร.บ.กสทช.มาก่อน นอกจากมีส่วนร่วมในการร่าง พ.ร.บ.กสทช.แล้ว ท่านนั้นก็ยังเป็นอดีตเลขา กทช. และ เป็น กทช. ปัจจุบันด้วย
เรื่องนี้เช่นเดียวกับ กรณีของ ส.ส. ที่เพิ่งผ่านกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งไป จากนั้นก็ยุบสภามีการเลือกตั้ง ส.ส.ส่วนใหญ่ที่ร่างกฎหมายก็ลงเลือกตั้ง แม้ว่า ส.ส. เหล่านั้นจะร่าง และผ่านกฏหมายเลือกตั้ง ก็ไม่ได้มีหลักประกันว่า ส.ส.เหล่านั้นจะได้รับเลือกตั้งกลับมาใหม่ทั้งหมด จึงไม่ได้เป็นประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตัวของมันเอง ไม่เช่นนั้นเราต้องให้คนอื่นที่ไม่ใช่นักการเมืองมาร่างกฎหมายเลือกตั้งหรือ
อย่าง ไรก็ดี เช่นเดียวกับ พ.ร.บ. กสทช.ที่สุดท้าย คนผ่านกฎหมายก็คือ ส.ส. และ ส.ว.แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ ส.ว. หรือ ส.ส. เหล่านั้นลงสมัคร ใช่ว่าเป็นเรื่องมารยาทซึ่งผู้เขียนก็ยอมรับในเรื่องนี้ แม้ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ก็ผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น แต่ไม่ยอมรับเรื่องประโยชน์ทับซ้อนเพราะผู้เขียนไม่ได้มีพ่อ แม่ หรือครอบครัวที่ถือหุ้นในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ที่จะทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำหน้าที่กสทช.ได้
นอก จากนี้ ผู้เขียนไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับบรรษัทด้านสื่อและโทรคมนาคม ที่จะทำให้เกิดความไม่เป็นอิสระหรือผลประโยชน์ขัดกันในการทำหน้าที่ได้ ผู้เขียนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ ที่จะทำให้เกิดความไม่เป็นอิสระในการทำหน้าที่หรือมีประโยชน์ทับซ้อนในการทำ หน้าที่ กสทช. ในอนาคต จริงอยู่กฎหมายนี้ออกแบบกีดกันคนที่ถือหุ้นหรือผู้บริหารธุรกิจด้านสื่อโทร คมฯ แต่ก็คือเจตนารมณ์ของความเป็นอิสระ
ดังนั้นจึงเห็นว่า คนที่ลงสมัครส่วนมากจะเป็นนักวิชาการ NGO สื่อมวลชน หรือลูกจ้างที่ไม่มีหุ้นอันทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต้องขออภัยที่ใช้ พื้นที่ตอบคำถามเรื่องทำไมถึงลงสมัคร กสทช. ผิดมารยาท ผิดคำพูด ผิดผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ตนเองก็ยอมรับว่าการตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทจากNGO ไปเป็น กสทช. ซึ่งมีความเสี่ยงสูง--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์เทลคอม เจอร์นัล ฉบับวันที่ 13 - 19 มิ.ย. 2554
เนื้อหาล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0




