คอลัมน์: มองหลากมิติ: ปัญหาการเติบโตของ Internet TV ในประเทศไทย
Written by nopparat Monday, 30 January 2012 11:35
โดย ผศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน เจิรญ สิริวรรณ วัฒนิตานนท์ พุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท ศรินวิภา พนมชัยสว่าง
การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้น มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากการรับรู้ข่าวสารผ่านทางสื่อมวลชน เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ดังในอดีตที่ผานมา โดยเทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ตนั้น ทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook หรือ Twitter รวมทั้งผ่านทางการรับชมโทรทัศน์บนอินเตอร์เน็ตที่เรียกกันว่า Internet TV นั่นเอง ซึ่งช่องทางนี้ถือเป็นการสื่อสารใหม่ที่น่าสนใจอีกช่องทางหนึ่งเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกรับชมรายการต่างๆ ตามความต้องการผ่านอุปกรณ์สนับสนุนทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และสมาร์ททีวี เป็นต้น
![]() |
| ภาพจากอินเทอร์เน็ต |
คำจำกัดความของ "โทรทัศน์อินเตอร์เน็ต" (Internet Television) หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดภาพและเสียงพร้อมกันจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกัน โดยมีลักษณะของการหลอมรวมสื่อเข้าด้วยกัน (Media Convergence) ระหว่าง "สื่อโทรทัศน์" (Television) กับ "สื่ออินเตอร์เน็ต" (Internet) ซึ่งมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างกันในรูปแบบต่างๆ เช่นตัวอักษร กราฟิกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง เป็นต้นรวมทั้งยังสามารถค้นหาข้อมูลจากที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่อีกด้วย ทั้งนี้โทรทัศน์อินเตอร์เน็ต (Internet Television) จะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์รายการและนำเสนอผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะกระจายไปได้ทั่วโลกและมีต้นทุนการถ่ายทอดที่ค่อนข้างถูก ในขณะที่ผู้ชมก็จะสามารถเลือกชมรายการที่ต้องการ (On Demand) จากคลังที่เก็บรวบรวมรายการ และยังเป็นการสื่อสารสองทางที่ผู้ชมสามารถติชมรายการต่างๆ ได้โดยตรง ทำให้ผู้ผลิตรายการสามารถดำเนินการปรับปรุงรายการต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
สำหรับในประเทศไทยนั้น Internet TV ได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่าครึ่งทศวรรษแล้ว โดยมีผู้ประกอบการหลายรายที่ได้สร้างสรรค์รายการและนำเสนอเนื้อหาสาระใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างไปจากที่มีอยู่ในสื่อมวลชน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค เช่นiHere.TV, FukDuk.TV, Gaggag.TV และ FinedayTV อย่างไรก็ตาม Internet TV ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักหรือได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างแพร่หลายมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตของ Internet TV ในต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้เราจึงสนใจศึกษาและทำวิจัยภายใต้หัวข้องานวิจัยเรื่อง"ปัญหาการเติบโตของ Internet TV ในประเทศไทย" เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมความต้องการในการรับชมของผู้บริโภคเปรียบเทียบกับมุมมองความคิดเห็นของผู้ผลิตสื่อInternet TV ในประเทศไทย นำไปเชื่อมโยงสู่สาเหตุของปัญหาการเติบโต และหาแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้Internet TV ในประเทศไทยสามารถเติบโตต่อไปในอนาคต
ในส่วนของวิธีดำเนินการวิจัยที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมี 2 รูปแบบคือ การสัมภาษณ์ผู้ผลิตสื่อ Internet TV จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย อาจารย์ศาสวัต บุญศรี (น้าช้าง) @Gaggag.TV, คุณจรรยา วงศ์สุรวัฒน์ (โรซี่) @ iHere.TV และคุณไกลก้อง ไวทยาการ @ FinedayTV เพื่อศึกษาปัญหาในมุมมองของผู้ผลิต และการกระจายแบบสอบถามเพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับชมสื่อ Internet TV จำนวน 217 ชุด จากนั้น นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาปัญหาการเติบโตของ Internet TV ในประเทศไทยในมุมมองของผู้บริโภค รวมทั้งมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากนิตยสาร งานวิจัย และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ทั้งนี้ ผลการทำวิจัยและการวิเคราะห์ถึงปัญหาการเติบโตของ Internet TV ในมุมมองของผู้ผลิตรายการแสดงให้เห็นว่า ปัญหาที่ทำให้ Internet TV ไม่เติบโตในประเทศไทยมีสาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่ ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Infrastructure)ที่ประชากรไทยยังไม่สามารถเข้าถึงโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างทั่วถึงเท่าที่ควร ทั้งยังมีปัญหาในเรื่องของ 3G ที่ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ที่รองรับระบบ 3G จะได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่ส่งผลให้ช่องทางในการเข้าถึงสื่อ Internet TV เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบเครือข่าย 3G ที่จะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างรายการ อุปกรณ์ และคนดูเข้าไว้ด้วยกันนั้น ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้คนดูไม่สามารถรับชมรายการ Internet TV ได้
ปัจจัยต่อมาเป็นปัญหาด้านการรับรู้ โดยรายการของ Internet TV นั้น ส่วนใหญ่จะมีชื่อเสียงเฉพาะรายการ แต่ไม่ได้เชื่อมโยงไปถึงสถานีหลัก เช่น รายการเจาะข่าวตื้น และรายการโมเมพาเพลิน เป็นรายการที่คนส่วนใหญ่ชอบดูและนำไปแบ่งปันต่อผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook แต่การสื่อสารไปยังสถานีหลักของรายการนั้น เช่น iHere.TV ที่เป็นสถานีถ่ายทอดรายการเจาะข่าวตื้นและรายการโมเมพาเพลินโดยตรงนั้นยังไม่ค่อยมีความชัดเจนนัก นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจคำจำกัดความของ Internet TV ที่แท้จริง เพราะการที่คำว่า Internet TV มีคำต่อท้ายด้วย TV จึงทำให้คนส่วนหนึ่งมองเห็นภาพการดูรายการแบบถ่ายทอดสด(Live Screen) ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของ Internet TV ที่เป็นทีวีบนอินเตอร์เน็ตให้ผู้ชมสามารถเลือกชมเมื่อไหร่ก็ได้ตามความต้องการ (TV on Demand) ส่งผลให้แม้ว่าผู้ชมจะเคยดูรายการ Internet TV แล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่ารายการเหล่านั้นเป็นรายการที่จัดอยู่ในประเภทของ Internet TV นั่นเอง
ส่วนปัจจัยสุดท้ายเป็นปัญหาเรื่องคอนเทนต์ ซึ่งรายการ Internet TV มักมีข้อจำกัดทางด้านความสามารถในด้านการผลิตคอนเทนต์ที่ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของรายการเพียงผู้เดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ทำให้คอนเทนต์ที่ผลิตออกมาอาจไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพราะ Internet TV เป็นสื่อที่ผลิตและเผยแพร่ง่ายโดยปราศจากการคัดกรองและไม่มีบทลงโทษทางกฎหมายที่ชัดเจน แตกต่างจากสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ที่ต้องผ่านกระบวนการคิดค่อนข้างมากก่อนที่จะผลิตรายการและเผยแพร่ออกมา รวมทั้งการที่รายการInternet TV ได้รับการสนับสนุนจากการลงโฆษณาของบริษัทต่างๆ เป็นจำนวนน้อยจึงส่งผลต่อรายได้ที่ได้รับน้อยลงทำให้ต้องปรับลดคุณภาพและศักยภาพในการผลิตรายการลงมาตามไปด้วย
ส่วนมุมมองของผู้บริโภคสื่อ Internet TV นั้น แสดงให้เห็นว่าปัญหาที่ทำให้ Internet TV ไม่เติบโตแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักที่มีความสอดคล้องกันเป็นอย่างมากกับมุมมองของผู้ผลิตรายการข้างต้นคือ ปัจจัยแรกที่ทำให้ Internet TV ไม่เติบโตคือ ปัญหาด้านการรับรู้ โดยจากการสำรวจนั้นจำนวนคนที่รู้จักเว็บไซต์ Internet TV กับจำนวนคนที่ไม่รู้จักเลยใกล้เคียงกันมาก และในจำนวนคนที่รู้จักเว็บไซต์Internet TV ก็ยังมีคนที่ไม่ทราบว่า เว็บไซต์เหล่านั้นจัดเป็นInternet TV อยู่จำนวนหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างเช่น รายการครัวกากๆ ของเชฟหมีที่ได้รับความนิยม มีการพูดถึงกันรวมทั้งมีแบ่งปันกันเป็นจำนวนมาก แต่จากการสำรวจความคิดเห็นจากแบบสอบถามกลับพบว่า จำนวนคนที่รู้จักGaggag.TV ซึ่งเป็นเว็บไซต์ Internet TV ที่นำเสนอรายการครัวกากๆ นั้นน้อยมาก นั่นก็คือ ผู้บริโภคเคยรับชมรายการผ่านทางช่องทางอื่น เช่น เว็บไซต์ YouTube ที่มีการเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังง่ายต่อการค้นหารายการที่ต้องการมากกว่าเว็บไซต์ Internet TV โดยตรง นอกจากนี้การขาดการโปรโมตรายการที่ดี และไม่มีการเชื่อมโยงรายการเข้ากับสถานีหลักตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ก็ยังถือเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้จัก Internet TV อีกด้วย
ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งเป็นปัญหาเรื่องการรับชม โดยจากการสำรวจนั้น จำนวนคนที่ชมรายการ Internet TV ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้ติดตามชมเป็นประจำ รวมทั้งความถี่ในการรับชมก็ไม่บ่อยนัก ซึ่งจำนวนคนที่รับชมทุกวันนั้นจะมีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้ ปัญหาด้านการรับชมจากการสำรวจความคิดเห็นนั้นมีสาเหตุมาจากผู้บริโภคไม่มีเวลาดู ความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ช้าเกินไป และเนื้อหารายการไม่น่าสนใจซึ่งสาเหตุที่ว่าไม่มีเวลาดูนั้นถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะจุดแข็งของ Internet TV คือ การเป็น TV On Demand ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกชมได้ ทุกเวลาและทุกสถานที่ตามความสะดวก นั่นเท่ากับว่า จุดแข็งของ Internet TV ไม่สามารถแสดงออกมาได้เลย โดยคณะผู้ทำวิจัยคาดว่า สาเหตุของการไม่มีเวลาดูนั้น เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่ารับชม Internet TV โดยรายงานผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553 ซึ่งจัดทำโดย NECTEC พบว่าคนส่วนใหญ่ใช้เวลาในอินเตอร์เน็ตไปกับการเช็กอีเมล27.2% ใช้ Search Engine 26.1% และติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ 14.1% มากกว่าการเข้าชมรายการ Internet TV หรือทีวีออนไลน์ที่มีอัตราการใช้งานเพียง 1% เท่านั้นส่วนสาเหตุที่มาจาก Infrastructure นั้นจะเห็นได้ว่า คนที่สามารถเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL นั้นมีเพียง 52.1% เท่านั้น ซึ่งความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ช้าจะส่งผลให้ดาวน์โหลดรายการได้ไม่สะดวก ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องการรับชม Internet TV เกิดเป็นปัญหาการเติบโตของ Internet TV ขึ้นมา
จากปัญหาการเติบโตของ Internet TV ในประเทศไทยข้างต้น เราจึงมีข้อเสนอแนะในการผลิตรายการ Internet TV โดยจากการที่ลักษณะของการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตจะมีรูปแบบเป็น Long Tail คือ การให้ความสำคัญต่อความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของสื่อกระแสหลัก เพราะไม่มีสื่อไหนที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ เราจึงเสนอให้ใช้กลยุทธ์ Focus Strategy เพื่อนำเสนอรายการและคอนเทนต์ที่ตอบสนอง Niche Market เป็นสำคัญ จึงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้ จากการสำรวจกลุ่มผู้บริโภคที่มีการรับชมสื่อ Internet TV มากที่สุดนั้น มีช่วงอายุระหว่าง 13-17 ปี โดยมีการรับชมรายการสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รองลงมาคือช่วงอายุระหว่าง 18-27 ปี ทำให้ผู้ผลิตรายการ Internet TV สามารถกำหนดผู้บริโภค 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และผลิตรายการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายนี้ได้ โดยคอนเทนต์ที่นำเสนอจะต้องไม่มีลักษณะเป็น Mass เพราะจะทำให้ไม่มีความแตกต่างจากคอนเทนต์บนสื่อหลักอื่นๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหันมาดู Internet TV เลย ทั้งนี้ จากคำกล่าวของ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ผู้บริหารบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ว่า "Content is a King" ซึ่งเป็นจริงทั้งต่อผู้ผลิตสื่อออฟไลน์และออนไลน์ ดังนั้น ผู้ผลิตรายการ Internet TV จึงควรจะมีการผลิตเนื้อหาของรายการที่น่าสนใจ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยผลจากแบบสอบถามพบว่า รายการที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสนใจคือรายการบันเทิงและวาไรตี้นั่นเอง โดยมีระยะเวลานำเสนอรายการที่เหมาะสมระหว่าง 10-15 นาที และมีความสม่ำเสมอในการออกรายการสัปดาห์ละ1 ครั้ง สุดท้ายคือ แนวโน้มการเติบโตบนสื่อออนไลน์นั้น ผู้ผลิตรายการInternet TV ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้สามารถเข้าชมรายการ Internet TV บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่กำลังมีอัตราการเติบโตสูงในปัจจุบันได้ด้วยเพราะจากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่า หากมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สามารถเข้าถึงรายการได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ก็จะส่งผลให้การรับชมมีอัตราการเติบโตมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการที่ Infrastructure ยังไม่ครอบคลุมมากพอ ทำให้ผลการวิจัยชิ้นนี้อาจเป็นเพียงความต้องการของผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้เท่านั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงอาจไม่ใช่ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้งประเทศ เพราะกลุ่มเป้าหมายในต่างจังหวัดอาจมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป
กล่าวโดยสรุปคือ การที่ Internet TV ในประเทศไทยจะเติบโตได้นั้น จะต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ มากมายประกอบเข้าด้วยกัน รวมถึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะช่วยกันส่งเสริมให้Internet TV เติบโตและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาครัฐที่จะต้องสร้างโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งหรือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้ถูกลง เพื่อให้ประชาชนในประเทศทุกกลุ่มสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนได้อีกทางหนึ่งด้วย ด้านผู้ผลิตรายการจะต้องมุ่งมั่นสร้างสรรค์เนื้อหาสาระใหม่ๆไปสู่ผู้ชมรายการ โดยผลิตรายการที่ดี มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้ชม Internet TV มากที่สุดเพื่อให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมรายการ ด้านภาคเอกชนที่จะต้องปรับกระบวนความคิดในการแสวงหาช่องทางการโฆษณาใหม่ๆอย่าง Internet TV ซึ่งถือเป็นช่องทางที่มีการแข่งขันต่ำ มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับการโฆษณาผ่านทางสื่อมวลชนทั่วไป และยังเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มได้โดยตรงนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยสนับสนุนผู้ผลิตรายการในด้านของต้นทุนการผลิต เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถผลิตรายการที่ดีมีคุณภาพต่อไปได้ และปัจจัยสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ ด้านภาคประชาชนจะต้องเปิดใจรับเนื้อหาสาระแบบใหม่ผ่านทางช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่อย่าง Internet TV โดยไม่ได้มองว่า Internet TV เป็นเหมือนเว็บไซต์ที่รวบรวมคลิปวิดีโอทั่วไป และให้การสนับสนุนโดยการติดตามชมรายการทาง Internet TV อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อองค์ประกอบทุกส่วนที่กล่าวมาข้างต้นลงตัว ทุกๆฝ่ายร่วมมือกันและสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ทางคณะผู้ทำวิจัยเชื่อว่า Internet TV ในประเทศไทยจะมีการเติบโตมากยิ่งขึ้นและประสบความสำเร็จไม่แพ้ Internet TV ในต่างประเทศอย่างแน่นอน
เดินหน้าเต็มตัวก่อนที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบดร. ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP) จับมือกับรองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี กสทช. เป็นผู้สนับสนุนหลัก จัดงานสัมมนา เรื่อง"ทิศทางและโอกาสของธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ยุคใหม่" เร็วๆ นี้ สนใจลงทะเบียนล่วงหน้า จำนวนจำกัด และสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท แอ๊บโซลูทคอมมิวนิเคชั่น แอนด์อีเวนท์สจำกัด (ACE) โทรศัพท์0-2254-8282-3 แฟกซ์ 0-2254-8284 งานนี้ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการ กสทช. รับประกันความเข้มข้นจ้า...--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ Friday, January 20, 2012
เนื้อหาล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0





