กฎหมายหมิ่นประมาท
Written by nopparat Monday, 17 October 2011 16:39
โดย ศิลป์ฟ้า ตันศราวุธ
ในประเทศไทยนั้น การหมิ่นประมาท เป็นความผิดฐานหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่พ.ศ. 2500 ตัวบทของความผิดฐานหมิ่นประมาท มิได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญในยุคสมัยใหม่ แต่หากในปีพ.ศ. 2535 ได้มีการแก้ไขมาตรา 326 และ 328 ของความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยเฉพาะในมาตรา 328 ได้เพิ่มโทษการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาเผยแพร่ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆเป็นจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ระวางโทษจำคุกใหม่นี้เทียบเท่ากับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น (มาตรา 295 ป.อาญา) แต่อัตราโทษปรับสูงสุดนั้นสูงกว่าโทษปรับของการทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาก
การแก้ไขกฎหมายในปี 2535 เพื่อเพิ่มอัตราระวางโทษสูงสุดนั้นเป็นที่ทราบกันว่ามุ่งเน้นเพื่อใช้กับสื่อมวลชนเนื่องจากอัตราโทษใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นมากนั้นใช้เฉพาะกับการหมิ่นประมาทด้วยการตีพิมพ์หรือกระจายเสียงและหรือภาพไปยังบุคคลจำนวนมาก สำหรับการหมิ่นประมาทที่กระทำต่อเพียงบุคคลที่สามนั้นมีอัตราระวางโทษสูงสุดเพียงจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การหมิ่นประมาททางแพ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องละเมิด ซึ่งการหมิ่นประมาทคือการที่ทำให้ชื่อเสียง เกียรติคุณ ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย บุคคลที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิ์เรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำผิดได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้กำหนดค่าสินไหมทดแทนต่ำสุดหรือสูงสดที่ศาลอาจตัดสินให้แก่ผู้เสียหาย จึงเป็นดุลยพินิจของศาลโดยสิ้นเชิง
ลักษณะของสื่อข่าวในไทย
หนังสือพิมพ์เป็นสื่อข่าวหลักในไทยที่เอกชนเป็นเจ้าของ สถานีวิทยุและโทรทัศน์กระแสหลักที่ถ่ายทอดสัญญาณผ่านสถานีที่ตั้งอยู่บนพื้นโลกล้วนมีรัฐเป็นเจ้าของหรือไม่ก็รัฐเป็นทั้งเจ้าของและดำเนินการเอง ดังนั้นจึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล หนังสือพิมพ์จึงเป็นสื่อข่าวประเภทเดียวที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและเป็นสื่อที่มีโอกาสถูกฟ้องหมิ่นประมาทมากที่สุด
หนังสือพิมพ์ไทยจำนวนมากเสนอข่าวโดยใส่สีสันเพื่อกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึก และขายข่าวโดยใช้วิธีพาดหัวตัวใหญ่เนื่องจากพึ่งยอดขายรายวันตามแผงหนังสือมากกว่าการบอกรับสมาชิกรายเดือนหรือรายปี ฉะนั้นพาดหัวข่าวจึงต้องเตะตาเพื่อดึงดูดความสนใจ บ่อยครั้งที่พาดหัวข่าวเหล่านี้เกินจริงและมิได้สะท้อนถึงเนื้อข่าวภายใน
การขายข่าวโดยใส่สีสันและเสนอเรื่องราวในทางที่กระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกนี้ทำให้หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกโทษอาญาของความผิดหมิ่นประมาทเสียทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าหากไม่มีโทษจำคุก ชื่อเสียงของบุคคลจะไม่ได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ
หนังสือพิมพ์ไทยส่วนมากยังไม่มีมาตรการที่จะป้องกันตนเองจากการถูกฟ้องหมิ่นประมาท เนื่องจากไม่ได้ปรึกษากับทนายความของตนก่อนตีพิมพ์เรื่องที่อาจเป็นหมิ่นประมาท แม้จะเป็นหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆบางฉบับที่มีทนายความประจำบริษัทก็ตาม โดยอ้างว่าหนังสือพิมพ์ต้องทำงานแข่งกับเวลา จึงไม่สามารถให้ทนายความของตนอ่านข่าวก่อนตีพิมพ์ หนังสือพิมพ์ส่วนมากจะจ้างทนายความก็ต่อเมื่อถูกฟ้องเป็นคดีแล้ว
หมิ่นประมาทในฐานะที่เป็นความผิดทางอาญา
ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว การหมิ่นประมาทเป็นความผิดฐานหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 326 ถึง มาตรา 333 ประมวลกฎหมายอาญามิได้นิยามความหมายของหมิ่นประมาทไว้ แต่มาตรา 326 ได้บัญญัติองค์ประกอบของความผิดไว้ว่า
มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กฎหมายยังได้บัญญัติข้อต่อสู้ของจำเลยในคดีหมิ่นประมาทไว้ด้วย เช่น การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความ “โดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ” ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และหากจำเลยสามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริงก็ไม่ต้องรับโทษ ฉะนั้น กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยก็สอดคล้องกับมาตรฐานสากลบางประการ คือสามารถแสดงความคิดเห็นหรือข้อความด้วยความเป็นธรรมและที่เป็นความจริงในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ศาลจะห้ามการพิสูจน์ หากข้อความนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
ในทางตรงข้ามกับมาตรฐานสากลที่ดีนั้น กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามองค์กรสาธารณะไม่ว่าที่เป็นองค์กรของอำนาจนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการฟ้องคดีหมิ่นประมาท และไม่ได้กำหนดให้บุคคลสาธารณะต้องอดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าราษฎรธรรมดา
บุคคลที่อ้างว่าถูกหมิ่นประมาทสามารถฟ้องคดีเป็นคดีอาญาและเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินในคำฟ้องอาญานั้น หรืออาจเรียกค่าเสียหายดังกล่าวโดยแยกฟ้องเป็นคดีแพ่งต่างหาก หรืออาจเลือกที่จะฟ้องเพียงคดีแพ่งอย่างเดียว เหตุผลหนึ่งของการแยกฟ้องเป็นคดีแพ่งคืออายุความของละเมิดคือหนึ่งปี ในขณะที่อายุความของการหมิ่นประมาททางอาญาคือสามเดือน ฉะนั้นหากฟ้องแยก ผู้เสียหายจะมีเวลามากกว่าในการคำนวณว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าใด โดยปกติศาลแพ่งจะรอคำพิพากษาของศาลอาญาก่อนที่จะตัดสินว่าโจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเท่าไหร่
โทษจำคุกนั้นมีผลคุกคามต่อเสรีภาพในการแสดงออกมากกว่าค่าเสียหายที่เป็นจำนวนเงิน เนื่องจากจำเลยของคดีอาจได้เงินมาจากนายจ้างหรือยืมจากแหล่งอื่นเพื่อชำระแก่โจทก์ แต่หากว่าศาลตัดสินจำคุก จำเลยต้องติดคุกเอง และการถูกตัดสินว่ากระทำความผิดทางอาญาจะทำให้ผู้กระทำความผิดนั้นมีประวัติทางอาญาตลอดไป
ดังนั้นการหมิ่นประมาททางอาญาจึงเป็นเครื่องมือหลักที่นักการเมืองและบุคคลที่อยู่ในอำนาจรัฐใช้ปิดปากมิให้ฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์ตน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะให้ผู้ที่หมิ่นประมาทตนได้รับโทษจำคุกมากกว่าที่จะเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน นักการเมืองจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ตนและหนังสือพิมพ์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังนักธุรกิจและบริษัทเอกชนได้เป็นโจทก์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทมากขึ้น แล้วเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสูงๆจากนักหนังสือพิมพ์ แหล่งข่าวของหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์
สำหรับในประชาคมโลก ประเทศต่างๆได้ประณามบทลงโทษทางอาญาของความผิดหมิ่นประมาทอย่างมากเนื่องจากมีผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง มีประเทศจำนวนมากขึ้นที่ได้ยกเลิกบทลงโทษอาญาและคงไว้ซึ่งการฟ้องร้องทางแพ่ง ในขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชแสดงออกได้กล่าวถึงอันตรายของกฎหมายหมิ่นประมาทที่มีโทษอาญาในโอกาสต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับในประเทศไทยนั้นองค์กรวิชาชีพได้มีความพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทที่เป็นความอาญามานาน โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2552 สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้เพื่อหาแนวทางที่จะนำเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นส่วนใหญ่ยังเห็นว่าโทษอาญาควรต้องคงไว้ แต่ได้เพิ่มความชัดเจนของข้อต่อสู้สำหรับจำเลยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและประเด็นสาธารณะ ร่างแก้ไขกฎหมายนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนต่างๆในการที่จะเสนอเป็นกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้
ที่มา : ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน
Thai media Law & Policy Center
เนื้อหาล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0

