ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
Written by nopparat Monday, 08 August 2011 17:23
คอลัมน์: หุ้นส่วนประเทศไทย: ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
โดย อนุรักษ์ นิยมเวช
สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา
thailand@posttoday.com
ภาพ : Internet
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 61 ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการให้สิทธิในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริงสิทธิในการร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย และสิทธิในการรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้รัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการขององค์การดังกล่าว โดยรัฐธรรมนูญมาตรา303 ได้บัญญัติให้มีการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภายใน 1 ปีนับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาและด้วยเหตุที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 จำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญจึงต้องประกอบด้วยผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด
ที่ผ่านมาระบบคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย หน่วยงานของรัฐเป็นองค์การหลักที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค มิใช่องค์การของภาคประชาชน หน่วยงานของรัฐจึงต้องแบกรับภาระอย่างหนักในการทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากรายงานผลการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในปี 2553 ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคทั้งสิ้นจำนวน 6,017 ราย แต่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องร้องเรียนดังกล่าวได้ข้อยุติเพียง 1,115 ราย กล่าวคือ หน่วยงานของรัฐทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคได้ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญมาตรา61 วรรคสอง จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
การจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ ควรเป็นองค์การที่มีความเป็นอิสระโดยแท้จริง ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการและบทบาทหน้าที่ ข้อสำคัญก็คือ องค์การนี้มิได้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายแต่เป็นองค์การที่มีหน้าที่ผลักดันให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมโดยประชาชนที่เป็นผู้บริโภค การประสานงานกับหน่วยงาน องค์การ และนักวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเองจะต้องไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชา หรือถูกแทรกแซงจากองค์การใดๆ หรือหน่วยงานใดๆ
ในขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรทั้งสามวาระ และได้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ของวุฒิสภาแล้วสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ คือ กำหนดให้จัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นนิติบุคคลที่มีฐานะเป็นหน่วยงานอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ประกอบไปด้วยคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจำนวนทั้งสิ้น 15 คน กรรมการจำนวน7 คน มาจากคณะกรรมการสรรหา คัดเลือกจากผู้แทนองค์กรผู้บริโภค 7 ด้าน ด้านละ 1 คน ได้แก่ ด้านการเงินและการธนาคาร ด้านการบริการสาธารณะ ด้านที่อยู่อาศัย ด้านบริการสุขภาพ ด้านสินค้าและบริการทั่วไป ด้านสื่อสารและโทรคมนาคม ด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยสัดส่วนกรรมการจำนวน7 คน ดังกล่าวต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของหญิงชายที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 87 วรรคสอง ส่วนกรรมการอีก 8 คน คัดเลือกกันเองจากผู้แทนองค์กรผู้บริโภคเขต โดยอำนาจหน้าที่หลักของคณะกรรมการ คือ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการตราและการใช้บังคับกฎหมาย และมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสอบการกระทำและละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และดำเนินการและสนับสนุนในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง การใช้สิทธิร้องเรียนหรือการดำเนินคดีของผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย การดำเนินการให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรผู้บริโภคในด้านต่างๆ การส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย รวมถึงการให้มีการประเมินการดำเนินงานขององค์การ การกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานการอนุมัติแผนงาน และการออกระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับองค์การ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น โดยหลักกำหนดให้มาจากรัฐที่จะต้องจ่ายเงินให้เพียงพอกับการดำเนินการขององค์การ ประกอบไปด้วยทุนประเดิมที่รัฐจ่ายให้เป็นการอุดหนุนก่อนการดำเนินกิจการขององค์การ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของคณะกรรมการ การจัดตั้งและการบริหารงานขององค์การ และเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐจ่ายให้เป็นรายปี โดยกำหนดให้รัฐบาลต้องอุดหนุนไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อหัวประชากรและในทุก 3 ปี จะต้องมีการกำหนดจำนวนเงินดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นไว้ในพระราชกฤษฎีกาโดยปรับตามดัชนีค่าครองชีพ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 61 วรรคสอง
การคัดเลือกกรรมการด้านต่างๆ และกรรมการเขต กำหนดให้บุคคลผู้ได้รับคะแนนลำดับรองลงไปจำนวน 10 คนแรกของแต่ละด้านหรือแต่ละเขต เป็นผู้ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อสำรองของแต่ละด้าน แต่ละเขตบุคคลซึ่งได้รับคะแนนในลำดับถัดไปจะมีสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งแทนในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ โดยผู้ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งแทนสามารถอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้จำนวนกรรมการด้านต่างๆ ที่ได้รับเลือกให้มาแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ จะต้องให้ได้สัดส่วนของหญิงชายที่ใกล้เคียงกันด้วย คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการให้เป็นไปตามที่ร่างพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้
ข้อพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติมีอยู่ว่าการกำหนดให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการนั้น อาจจะเป็นการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 61 วรรคสอง ที่ต้องการให้องค์การนี้เป็นตัวแทนข้างผู้บริโภคมิใช่วางตัวเป็นกลาง ทั้งนี้เนื่องจากหากคณะกรรมการอยู่ในฐานะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว ย่อมหมายความว่าตัวคณะกรรมการเองจะต้องเป็นทั้งตัวแทนของฝ่ายผู้บริโภคและผู้ประกอบการในเวลาเดียวกันทำให้บางครั้งผู้บริโภคอาจต้องเสียประโยชน์ไปเพื่อให้ข้อพิพาทมีการตกลงกันได้ อีกทั้งการกำหนดหน้าที่ให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนี้ ยังอาจเป็นการซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากขณะนี้ได้มีร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีที่กำลังเสนอขอแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค โดยขอเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของฝ่ายรัฐบาลเองมีอำนาจในการไกล่เกลี่ยคดีระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการอยู่แล้ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลให้ผู้บริโภคไม่มีองค์การที่จะทำหน้าที่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากจะจัดให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการแล้ว ก็ควรกำหนดให้คณะกรรมการทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยบนผลประโยชน์ของผู้บริโภคฝ่ายเดียวเท่านั้น หรือมิฉะนั้นแล้วก็ไม่ควรกำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่ในส่วนดังกล่าว นอกจากนี้การกำหนดให้คณะกรรมการ เลขาธิการ หรือคณะอนุกรรมการอาจเชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือให้จัดส่งเอกสารหรือข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาได้ ควรจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลสิทธิในทรัพย์สิน หรือสิทธิในทางการค้าหรือกิจการของบุคคลใดที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคฉบับนี้นับเป็นความก้าวหน้าของระบบคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย ที่จะมีองค์การคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากรัฐโดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนผู้บริโภคและประชาสังคมทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการทำหน้าที่ องค์การที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นที่พึ่งให้ประชาชนเมื่อเกิดปัญหา ประชาชนสามารถมีปากเสียงมากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลที่ประชาชนได้รับมาจากการโฆษณาเป็นหลัก m--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
Thursday, August 04, 2011
เนื้อหาล่าสุด
เอกสารล่าสุดสำหรับดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มสมัครงาน
- Law 04_Public 2551
- Law 03_Medai 2543
- Law 02_Broadcast
- Law-Com 2550
- สื่อกับการรายงานข่าวโรคอุบัติใหม่: กรณีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
- รายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฟรีทีวี
- รายการโทรทัศน์เพื่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความรุนแรงในละครไทย ปี 2551
- ฟรีทีวีกับการรายงานข่าวการชุมนุมทางการเมือง วันที่ 8-14 เมษายน 2552
ความคิดเห็น
ผู้ใข้งานขณะนี้
Tag Cloud
Powered by Easytagcloud v2.0

